หน้าแรก ต่างประเทศ เอเชีย ระทม ย...

เอเชีย ระทม ยอดดับน้ำท่วมดินถล่มพุ่งกว่า 1.3 พัน สูญหายเฉียดพัน

3.12.25 | 10:55 น.
สภาพจมบาดาลของเมืองนียัมกัมโดรา ในประเทศศรีลังกา (รอยเตอร์)

เอเชีย ระทม ยอดดับน้ำท่วมดินถล่มพุ่งกว่า 1.3 พัน สูญหายเฉียดพัน

จำนวนผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มในอินโดนีเซีย ศรีลังกา ไทย และมาเลเซีย รวมกันเพิ่มเป็นมากกว่า 1,300 รายแล้ว และยังมีรายงานผู้สูญหายเกือบ 1 พันคน ขณะที่หน่วยกู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันในฤดูมรสุมทำให้พื้นที่กว้างใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้จมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนหลายพันติดอยู่กลางน้ำ ต้องปีนขึ้นหลังคาหรือเกาะต้นไม้รอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 1,347 ราย ประกอบด้วย 753 รายในอินโดนีเซีย 410 รายในศรีลังกา 181 รายในไทย และ 3 รายในมาเลเซีย อย่างไรก็ ประธานาธิบดีอนุรา กุมาร ดิสสานายาเก ของศรีลังกา กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในประเทศ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม สเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกของนายอันโตนิอู กุเตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า กุแตเรซแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และว่าสหประชาชาติกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ในทั้ง 4 ประเทศ และพร้อมสนับสนุนการบรรเทาทุกข์และการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบ

ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าถึงหมู่บ้านบนเกาะสุมาตรา ซึ่งถนนถูกน้ำพัดขาดและสะพานพังถล่ม สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียเผยว่า ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 650 คน ทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือเข้าไปในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าสภาพอากาศที่เลวร้ายลงและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายทำให้ปฏิบัติการกู้ภัยล่าช้า ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอินโดนีเซีย นับตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2018 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 4,300 คน

Advertisement

เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่า น้ำท่วมและดินถล่มในสุมาตราเหนือยังได้พัดพาไม้ซุงจำนวนมหาศาลหลายล้านลูกบาศก์เมตรออกมา ก่อให้เกิดความกังวลในสาธารณชนว่า การตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมายอาจเป็นสาเหตุสำคัญของภัยพิบัติครั้งนี้

พื้นที่ป่าบาตัง โทรูซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าเขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยท่อนไม้หักและซากบ้านเรือนพังทลาย ถนนหนทางหายไปถูกแทนที่ได้แม่น้ำที่เต็มไปด้วยโคลนพัดเชี่ยวกราก

ริอันดา ปูร์บา จากสภาสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียกล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นวิกฤตที่มนุษย์สร้างขึ้น การตัดไม้ทำลายป่าและการพัฒนาที่ไร้การควบคุมได้ทำลายความสามารถในการปกป้องตนเองของบาตัง โทรู หากไม่ฟื้นฟูแบบเร่งด่วนและบังคับใช้มาตรการปกป้องที่เข้มงวดมากยิงขึ้น น้ำท่วมเช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติใหม่

ขณะที่ในศรีลังกา ทีมกู้ภัยที่นำโดยทหารค้นหาผู้สูญหาย 336 คน หลังไซโคลนดิตวาห์ถล่ม ศูนย์จัดการภัยพิบัติศรีลังกากล่าวว่า ถนนหลายสายถูกปิดจากดินถล่มและสะพานพัง ทำให้เข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ยาก

ที่เมืองแคนดี ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีน้ำประปา ต้องพึ่งน้ำบรรจุขวดจากบ่อน้ำธรรมชาติ เจ้าหน้าที่เตือนว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายลงอีก เพราะคาดว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ประธานาธิบดีดิสสนายาเกกล่าวในการประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐว่า นี่เป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศศรีลังกา และยังไม่อาจระบุขนาดความสูญเสียที่แท้จริงได้ พร้อมเตือนว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่าตัวเลขปัจจุบันมาก และหน่วยงานของรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเพื่อเข้าพื้นที่ชุมชนที่ถูกตัดขาด

ในประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายหลังน้ำท่วมทำให้พื้นที่รัฐปะลิสทางเหนือจมอยู่ใต้น้ำ เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีประชาชนราว 6,000 คนต้องอพยพไปศูนย์พักพิงฉุกเฉิน

ส่วนภาคใต้ของไทย เริ่มมีการทำความสะอาดถนนและอาคารต่างๆ หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 1.5 ล้านครัวเรือนและประชาชน 3.9 ล้านคน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบน้ำประปาและไฟฟ้า

กระทรวงมหาดไทยของไทยระบุว่าจะจัดตั้ง “ครัวประชาชน” เพื่อทำอาหารสดใหม่แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เงินชดเชยก้อนแรกจำนวน 239 ล้านบาทกำลังจะถูกนำไปจ่ายให้แก่ประชาชน 26,000 คนแล้ว