หน้าแรก ต่างประเทศ ครบ 1 ปี! วิก...

ครบ 1 ปี! วิกฤตกฎอัยการศึก ปธน.เกาหลีใต้ลั่น นำผู้กระทำผิดสู่กระบวนการยุติธรรม ชี้ปฏิรูปย่อมเจ็บปวด

3.12.25 | 12:01 น.
ภาพรอยเตอร์

ครบ 1 ปี! วิกฤตกฎอัยการศึก ปธน.เกาหลีใต้ลั่น นำผู้กระทำผิดสู่กระบวนการยุติธรรม ชี้ปฏิรูปย่อมเจ็บปวด

ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวในวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันครบ 1 ปี การประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยนายยุน ซอก ประธานาธิบดีในขณะนั้นที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ตกอยู่ในวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ว่า ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อรับมือผลกระทบจากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวเมื่อหนึ่งปีก่อน และประเทศจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวสู่กระบวนการยุติธรรม

ประธานาธิบดีอีกล่าวถ้อยแถลงในวาระครบ 1 ปีของเหตุการณ์ช็อกประเทศดังกล่าวว่า ความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อประเทศ แต่ประชาชนลุกขึ้นยืนหยัดและหยุดยั้งกองทัพได้ด้วยมือเปล่า และว่า ความหุนหันพลันแล่นของผู้ที่พยายามทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญและถึงขั้นวางแผนทำสงครามเพื่อสนองความทะเยอทะยานส่วนตัวนั้นจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

“การรัฐประหารเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ไม่ใช่แค่วิกฤตทางประชาธิปไตยในประเทศใดประเทศหนึ่ง หากประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ล่มสลายลง นั่นหมายถึงความล้มเหลวสำหรับประชาธิปไตยทั่วโลก” ประธานาธิบดีอีกล่าว และว่า การปฏิรูปประเทศหลังเกิดวิกฤตกฎอัยการศึกย่อมเป็นเรื่องที่เจ็บปวดและใช้เวลานาน แต่เช่นเดียวกับรักษาโรคมะเร็งด้วยการผ่าตัดเอาเซลล์มะเร็งที่ฝังลึกในร่างกายออกซึ่งไม่สามารถทำให้เสร็จได้อย่างง่ายดาย

ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวอีกว่า เขาจะเสนอให้กำหนดวันที่ 3 ธันวาคม เป็นวันหยุดประจำชาติ เพื่อเฉลิมฉลองบทบาทของประชาชนในการยับยั้งความพยายามประกาศกฎอัยการศึก ทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นว่าประชาชนเหล่าานั้นสมควรถูกพิจารณาให้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพด้วย

Advertisement

ประธานาธิบดีอียังมีแผนที่จะเข้าร่วมเดินขบวนกับประชาชนในวันนี้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ประเทศยืนหยัดต่อต้านความพยายามที่จะนำเอาระบอบทหารกลับมา โดยการเดินขบวนจะเคลื่อนผ่านอาคารรัฐสภาในกรุงโซล ที่ในคืนวันที่ 3 ธันวาคมปี 2024 ได้มีการส่งทหารและตำรวจมาประจำการเพื่อขัดขวางไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปในสภาเพื่อลงมติคว่ำการประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดียุนที่กล่าวอ้างว่าจำเป็นต้องประกาศกฎอัยการศึกเนื่องจากประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามจากศัตรู

การประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน ทำให้เกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างความแข็งแกร่งของประชาธิปไตยต้องตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองนานหลายเดือน และทำให้นายยุนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งและถูกจับกุมดำเนินคดี รวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาล้มล้างการปกครอง