จบไม่ลง! รัสเซียไม่รับแผนสันติภาพยูเครน หลังถกผู้แทนมะกัน
ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียระบุเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมว่า รัสเซียและสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ หลังการเจรจานานกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งล่วงเลยเวลาเที่ยงคืนออกไป ระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนโยบายต่างประเทศของทรัมป์นั้นยากจะบรรลุ
นายยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า ในการเจรจาที่เกิดขึ้นระหว่างปูตินและผู้แทนพิเศษทั้งสองคน ปูตินมีท่าทีเชิงลบต่อข้อเสนอของสหรัฐ ที่สุดแล้วการเจรจาจบลงด้วยการที่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงและการประนีประนอมใดๆ พร้อมบอกอีกว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำต่อไป
หลังการประชุมวิตคอฟฟ์เดินทางไปที่สถานทูตสหรัฐ ประจำกรุงมอสโกเพื่อบรรยายสรุปผลการเจรจาดังกล่าวต่อทำเนียบขาว โดยอูชาคอฟกล่าวว่า ร่างข้อเสนอฉบับปรับปรุงดังกล่าวของสหรัฐ บางส่วนดูเหมือนจะยอมรับได้แต่ก็มีข้อเสนออีกหลายข้อที่จำเป็นต้องมีการหารือเพิ่มเติมหรือแก้ไขบางส่วน
อูชาคอฟระบุด้วยว่า มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาเรื่องพรมแดน ซึ่งจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลงของรัสเซียคือพื้นที่ที่รัสเซียอ้างสิทธิในดอนบาสทั้งหมด ที่กินบริเวณมากกว่า 5,000 ตารางกิโลเมตร ต้องตกเป็นของรัสเซีย โดยพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นดินแดนของยูเครน
ผู้ช่วยประธานาธิบดีปูตินเสริมว่า ยังไม่มีแผนการใดๆ ที่ปูตินจะพบกับทรัมป์ แม้เขาจะยืนยันว่าการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และมีโอกาสมหาศาลสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ ที่ผ่านมาปูตินได้ส่งสัญญาณที่มีความสำคัญหลายครั้งและส่งความปรารถนาดีไปยังทรัมป์ แต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าจะไม่มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดในการหารือของทั้งสองผู้นำ
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เดินหน้าผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนให้กับยูเครน โดยการใช้สินทรัพย์ที่ถูกอายัดของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดโอกาสให้ยูเครนสามารถกู้ยืนเงินจากตลาดการเงินได้ หรือดำเนินการควบคู่กันไปทั้งสองกรณี
ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม ผู้นำสหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะเดินหน้าจัดหาเงินทุนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของยูเครนในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ยังไม่มีการรับรองแผนการที่จะใช้สินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัดในบัญชีธนาคาร Euroclear ของเบลเยียมมูลค่ากว่า 162,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินกู้สำหรับยูเครน เนื่องจากความกังวลของเบลเยียมต่อความเสี่ยงทางกฎหมาย

