เปิดตัว “แพลตฟอร์มบริการด้านบุคลากรเทคโนโลยี ไต้หวัน–ไทย” พัฒนาทักษะแรงงาน
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไต้หวันที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรและพัฒนาทักษะบุคลากร
นายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานฯ ได้ประกาศจัดตั้ง “แพลตฟอร์มบริการบุคลากรด้านเทคโนโลยีไต้หวัน-ไทย” (อีเมลแพลตฟอร์ม: [email protected] เบอร์โทร 02-119-3555 ต่อ 386) ณ บางกอก คลับ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เพื่อช่วยประสานงานหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างฝ่ายไทย ผู้ประกอบการไต้หวันและภาคส่วนอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความต้องการด้านบุคลากรของผู้ประกอบการไต้หวัน
ในปี 2024 ไต้หวันเป็นอันดับ 4 ที่ลงทุนในประเทศไทยโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) มูลค่าการลงทุนสะสมในไทยสูงเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การพัฒนาบุคลากรกลายเป็นปัจจัยหลักของผู้ประกอบการไต้หวันในการลงทุนที่ไทย
กิจกรรมครั้งนี้ สำนักงานฯ ยังได้เชิญผู้ประสานงานมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติผิงตง (NPUST) ที่ได้ก่อตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือแลกเปลี่ยนบุคลากรนานาชาติไต้หวัน ประจำประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคมศกนี้ มาแบ่งปัน“โครงการศึกษาพิเศษเพื่อพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรม” (International Industrial Talents Education Special Program (INTENSE Program)) ของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้ เชิญสมาคมแผงวงจรพิมพ์ไต้หวัน (TPCA) มาแบ่งปันประสบการณ์ก่อตั้ง “สถาบันแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวันในไทย” และความร่วมมือด้านบุคลากรกับฝ่ายไทยด้วย

สำนักงานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดตั้งแพลตฟอร์มนี้ จะช่วยเร่งการเชื่อมโยงและความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา สร้างแรงผลักดันใหม่ๆ ให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการไต้หวันที่มาดำเนินกิจการในประเทศไทยอีกด้วย
การจัดตั้งแพลตฟอร์มนี้นอกจากจะสอดคล้องกับแนวคิด “การทูตเชิงบูรณาการ” ของนายหลิน เจียหรง รัฐมนตรีต่างประเทศ ยังเป็นการประกาศว่าสำนักงานฯ จะรวบรวมสรรพกำลังของภาครัฐ ภาคสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการไต้หวัน เพื่อหารือเพิ่มเติมกับฝ่ายไทยด้านการพัฒนาบุคลากร ด้วยศักยภาพความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย เราหวังว่าประเทศไทยจะร่วมมือกันในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไต้หวันได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ จึงได้ย้ายมาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (อุปกรณ์), ปัญญาประดิษฐ์ (การประกอบเซิร์ฟเวอร์) และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสาขาการลงทุนที่รัฐบาลไทยประสงค์จะดึงดูด อีกทั้งมีมูลค่าการลงทุนสูง
โดยในปี 2024 มูลค่าการลงทุนของผู้ประกอบการไต้หวันที่ได้รับอนุมัติให้เข้ามาลงทุนในไทยอยู่ที่ประมาณ 15.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทำให้ไต้หวันมีมูลค่าการลงทุนในไทยมากเป็นอันดับที่ 4 เช่น อุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) มีผู้ประกอบการไต้หวันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเข้ามาลงทุนบริษัทไทยมากกว่า 60 แห่งและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดการจ้างแรงงานกว่า 10,000 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไต้หวันในไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเทคโนโลยี ไม่เพียงแต่ขาดแคลนบัณฑิตไทยที่สำเร็จการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ อีกทั้งยังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมอีกด้วย สำนักงานฯ จึงได้สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการไต้หวัน ด้วยการจัดตั้ง “แพลตฟอร์มบริการด้านบุคลากรเทคโนโลยีไต้หวัน-ไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไต้หวัน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล บูรณาการกำลังของฝ่ายต่างๆ และเป็นพื้นฐานในการประสานงานกับฝ่ายไทยเพื่อแก้ไขปัญหาด้านบุคลากรต่อไป
งานวันนี้ ได้รับเสียงตอบรับจากสมาคม สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการไต้หวันที่ลงทุนในไทยเป็นอย่างดี พร้อมส่งตัวแทนองค์กรมาร่วมงานเพื่อสนับสนุนงาน โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ในงานยังมีการพูดคุยหารือเพื่อหาแนวทางร่วมมือกันต่อไปในอนาคต

