หน้าแรก ต่างประเทศ รายงานยูเอ็นเ...

รายงานยูเอ็นเผย การปลูกฝิ่นในเมียนมา แตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ

3.12.25 | 18:02 น.
(AP Photo/Gemunu Amarasinghe, File)

รายงานยูเอ็นเผย การปลูกฝิ่นในเมียนมา แตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ผลการสำรวจขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบว่า การปลูกฝิ่นในเมียนมาปีนี้ ได้เพิ่มสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบทศวรรษแล้ว แม้ว่าเมียนมาจะยังคงเผชิญกับสงครามกลางเมือง แต่ยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตยาเสพติดผิดกฎหมายหลักของโลก

การปลูกฝิ่นที่เพิ่มขึ้นนี้ ตอกย้ำสถานะของเมียนมาในฐานะแหล่งผลิตฝิ่นผิดกฎหมายหลัก ที่เป็นที่รู้จักของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากการผลิตในอัฟกานิสถานลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลุ่มทาลิบัน ที่ปกครองประเทศ ได้ออกคำสั่งห้าม ภายหลังการยึดอำนาจการปกครองเมื่อปี 2021

ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) เรื่องการสำรวจฝิ่นเมียนมา ปี 2025 พบว่า พื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นในเมียนมาได้ขยายตัวขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด 53,100 เฮกตาร์ (ราว 531 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015

ยูเอ็นโอซี ยังระบุว่า เมียนมาเป็นผู้ผลิตยาบ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยยาบ้าสามารถผลิตในปริมาณอุตสาหกรรมได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับฝิ่น ที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก และถูกลำเลียงออกจำหน่ายทั้งในรูปแบบยาเม็ดและไอซ์ โดยขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ไปทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

Advertisement

ทั้งนี้ ฝิ่น ซึ่งถูกนำไปแปรรูปเป็นมอร์ฟีนและเฮโรอีนนั้น ได้มาจากดอกฝิ่น และเกษตรกรในเมียนมาได้เร่งขยายการเก็บเกี่ยวให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญความยากจนและความไม่มั่นคงอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งปะทุขึ้นหลังจากกองทัพโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021

รายงานการสำรวจระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้มีการผลิตฝิ่นมากขึ้นในเมียนมา คือ ราคาฝิ่นที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาฝิ่นสดในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 329 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับราคาเมื่อปี 2019 ที่กิโลกรัมละ 145 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเศรษฐกิจฝิ่นในเมียนมา มีมูลค่าประมาณ 641 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมูลค่านี้คิดเป็นประมาณ 0.9 – 1.4 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเมียนมา ในปี 2024

รายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นของพื้นที่เพาะปลูก ช่วยชดเชยการลดลงของผลผลิตเฉลี่ย 13 เปอร์เซ็นต์ ที่เกิดจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในบางพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตฝิ่นเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นประมาณ 1,113 ตัน

ซึ่งการเพิ่มขึ้นครั้งนี้ ยังได้พลิกกลับแนวโน้มการลดลงเล็กน้อยของพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตเมื่อปีที่แล้ว และยังบ่งชี้ถึงทิศทางที่เพิ่มขึ้นของการค้ายาเสพติดที่หยั่งรากลึกในประเทศ โดยรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2021-2023 เมียนมามีการขยายตัวทั้งด้านการเพาะปลูกและการผลิต ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากสงครามกลางเมือง

เดลฟีน ชานน์ ผู้แทนยูเอ็นโอดีซี ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า เมียนมากำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกครั้งใหญ่นี้ สะท้อนให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจฝิ่นได้ฟื้นตัวขึ้นมากเพียงใดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต