‘มาครง’ เยือนจีน คุย ‘สี จิ้นผิง’ หวังกระชับความร่วมมือการค้า ช่วยจบศึกรัสเซีย-ยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ถือเป็นการเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการครั้งที่ 4 ของผู้นำฝรั่งเศส เนื้อหาหลักของการเยือนจีนในครั้งนี้คือการผลักดันให้จีนร่วมมือกับฝรั่งเศสในเรื่องการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม
มาครงเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้พร้อมกับผู้แทนทางธุรกิจหลายคน อาทิ ผู้บริหารของแอร์บัส ธนาคาร BNP Paribas บริษัทสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ Schneider และบริษัทผู้ผลิตรถไฟ Alstom รวมถึงผู้นำของบริษัทอุตสาหกรรมด้านโคนมและสัตว์ปีกของฝรั่งเศส ซึ่งจะลงนามข้อตกลงหลายฉบับกับประธานาธิบดีสีภายหลังการหารือ
มาครงอยากสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของตัวเอง และให้บริษัทฝรั่งเศสบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนให้เป็นผลงานทางการเมืองในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส และก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2027 ส่วนทางจีนเองอยากที่จะลดความขัดแย้งทางการค้ากับอียู ในขณะเดียวกันก็อยากแสดงจุดยืนว่าจีนเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ไว้ใจได้ และเป็นตลาดทางเลือกจากสหรัฐอเมริกา
มาครงกล่าวกับประธานาธิบดีสีของจีนระหว่างการหารือที่มหาศาลาประชาชนว่า การติดต่อพูดคุยระหว่างจีนและฝรั่งเศสอยู่ในช่วงที่มีความสำคัญมากที่สุด จึงได้นำเสนอ 3 ประเด็นหลักในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและฝรั่งเศส นั่นก็คือ เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ การปรับความสมดุลทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้น มาครงยังขอให้สีร่วมมือกับอียูในการช่วยให้ยุติสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
ด้านประธานาธิบดีสีกล่าวกับมาครงว่า ทั้งสองประเทศควรแสดงถึงความอิสระและวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ของชาติมหาอำนาจ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน และขอให้มาครงกระชับความร่วมมือในด้านอากาศยานและพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจสีเขียว และชีวเภสัชภัณฑ์ ทั้งสีและมาครงได้ลงนามความร่วมมือ 12 ฉบับภายหลังการหารือ ครอบคลุมถึงเรื่องการลงทุนทวิภาคี พลังงานนิวเคลียร์ การอนุรักษ์หมีแพนด้า และเรื่องประชากรสูงวัย
ภายหลังจากนั้น สีและมาครงจะเดินทางไปมณฑลเสฉวน ซึ่งถือว่าไม่บ่อยนักที่สีจะเดินทางไปยังมณฑลอื่นๆ นอกกรุงปักกิ่งกับผู้นำประเทศ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเยือนจีนในครั้งนี้ สีอาจไม่ได้อนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสจำนวน 500 ลำตามที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ เพราะจะทำให้จีนเสียอำนาจในการต่อรองข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ เพราะทางสหรัฐเองก็กดดันให้จีนสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งเช่นกัน และสีอาจไม่ได้ยกเลิกการตั้งราคาขั้นต่ำของคอนญัคส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นนโยบายตอบโต้อียูที่เก็บภาษีน้ำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาดของจีน

