สีหศักดิ์ ถก UNODA-ปธ.ภาคีออตตาวา ชี้หลักฐานชัดฝังทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำไทยขอใช้สิทธิ์ ดันตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ขณะเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 (22MSP) ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ในระเบียบวาระที่เกี่ยวข้องว่า ได้พบปะหารือกับ นางสาวแคโรลีน-เมลานี เรกิมบัล หัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (UNODA) ณ นครเจนีวา หลังจากนั้นได้พบปะหารือกับ นางสาวอิชิกาวะ โทมิโกะ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้ไปพูดคุยว่าประเทศไทยเจอกับเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบกับทุ่นระเบิด ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 7 ทั้งที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญาออตตาวา เพื่อขอให้มีการชี้แจง แต่ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชากลับบ่ายเบี่ยงที่จะชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดเหตุการณ์อะไร

นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชายังบอกเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ โดยชี้แจงว่าทุ่นระเบิดเหล่านี้ ไม่ใช่ทุ่นระเบิดใหม่ และมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามครั้งก่อนๆ แต่ไทยมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์แล้ว โดยเฉพาะจากเหตุการณ์การเหยียบทุ่นระเบิดของทหารไทยครั้งที่ 7 ว่าเกิดจากทุ่นระเบิดใหม่ที่เพิ่งมีการเอามาฝัง ขณะเดียวกันทางคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT ก็ได้ยืนยันตรงนี้แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้จึงได้พูดคุยกับหัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ และเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ว่าไทยจะต้องดำเนินการต่อไปภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเป็นไปตามสิทธิของเรา เพื่อให้มีการจัดตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ประกอบไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางและเป็นอิสระ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่คุยเราคิดว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที เพราะหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สถานการณ์จะยิ่งแย่ลง วันนี้ตนจึงได้พูดคุยในรายละเอียดภายใต้อนุสัญญาออตตาวาว่าเรามีช่องทางที่จะดำเนินการอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นก็ต้องพูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยว่าจะเดินหน้าไปทางไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนในการกล่าวถ้อยแถลงของตนในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้




