บริษัทกูเกิล บริษัทเจ้าของโครงการรถยนต์ไร้คนขับแถลงผลการพัฒนาโครงการรถไร้คนขับประจำเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมายอมรับว่ารถยนต์ไร้คนขับที่กูเกิลพัฒนาอยู่มีส่วนผิดในอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นับเป็นครั้งแรกที่กูเกิลยอมรับว่าซอฟต์แวร์ของรถยนต์ไร้คนขับมีส่วนผิด หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐมักจะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์
รายงานระบุว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะรถยนต์ไร้คนขับซึ่งมีคนขับที่พร้อมควบคุมรถอยู่ภายใน เปลี่ยนเลนชิดขวาเพื่อเตรียมเลี้ยวขวา อย่างไรก็ตามรถยนต์ไร้คนขับกลับเจออุปสรรคเป็นกระสอบทรายบริเวณท่อระบายน้ำ จึงพยายามเบี่ยงรถกลับเข้าเลนส์กลาง โดยคาดว่ารถบัสที่ขับตามมาจะหยุด ขณะที่รถบัสที่ขับมาในเลนส์กลางก็ไม่คิดว่ารถไร้คนขับของกูเกิลจะเคลื่อนเข้ามาในเลน จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น
“ผู้ทดสอบรถไร้คนขับซึ่งมองเห็นรถบัสจากกระจกมองข้างก็คิดว่ารถบัสโดยสารจะชะลอหรือไม่ก็หยุดรถ”กูเกิลระบุ และว่า “เราคิดว่าคนขับรถโดยสารก็คิดเช่นกันว่าเราจะหยุดอยู่ในเลน” นอกจากนี้กูเกิลยังระบุด้วยว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวซึ่งถือเป็นการชนกันด้วยความเร็วต่ำ จึงจำเป็นที่กูเกิลจะต้องพัฒนาซอฟท์แวร์ให้เข้าใจรถบัสและรถขนาดใหญ่ให้มากขึ้น
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์การนำรถไร้คนขับออกมาใช้บนท้องถนนโดยเฉพาะกลุ่มเฝ้าระวังเพื่อผู้บริโภค ที่ระบุว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีรถไร้คนขับยังไม่พร้อมออกสู่ท้องถนน ขณะที่คนขับต้องสามารถเข้าควบคุมรถในทันทีที่เกิดความผิดพลาดขึ้น

