อียู-ออสเตรเลีย-แคนาดา เรียกร้องกัมพูชาและไทย ใช้ความอดกลั้นสูงสุด ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม อนิตตา ฮิปเปอร์ โฆษกด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า การยิงตอบโต้กันล่าสุด ระหว่างกัมพูชาและไทย ถือเป็น “การยกระดับความเป็นปฏิปักษ์” ระหว่างสองประเทศ อียูขอเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด และกลับไปยึดถือตามปฏิญญาร่วมที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม รวมทั้งเสริมสร้างความไว้วางใจที่ได้ระบุไว้ในปฏิญญา โดยอียูพร้อมสนับสนุนมาตรการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมด้วย
โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย รวมถึงรายงานเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งพลเรือนและทหาร
“เราขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง วันที่ 27 กรกฎาคม ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด และดำเนินมาตรการเร่งด่วน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ พราขอให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามพันธสัญญาที่ให้ไว้ภายใต้ปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นผู้จัดขึ้น พร้อมทั้งฟื้นฟูความไว้วางใจและความเชื่อมั่น และแสวงหาทางออกต่อข้อพิพาทชายแดนอย่างสันติและยั่งยืน
เช่นเดียวกับแคนาดาที่ออกมาเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยกลับมาเจรจากันอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยฝ่ายนโยบายต่างประเทศและกิจการระหว่างประเทศของแคนาดา โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า แคนาดากังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นระหว่างกัมพูชาและไทย และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจากันอีกครั้งเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติในระยะยาว

