รอยเตอร์วิเคราะห์ ‘ไทย–กัมพูชา’ ปะทะรอบใหม่ บททดสอบการทูตภาษีทรัมป์
รอยเตอร์วิเคราะห์ถึงการปะทะกันครั้งล่าสุดระหว่างไทย-กัมพูชา หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามหยุดยิงในเดือนกรกฎาคม ในครั้งนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขู่ที่ขึ้นภาษีอย่างหนัก จนทำให้การสู้รบอย่างดุเดือดเป็นเวลา 5 วันระหว่างไทยกับกัมพูชายุติลง
หลังจากนั้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนตุลาคม ผู้นำไทยและกัมพูชา ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม 4 ฝ่ายที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนเป็นสักขีพยาน แต่ดูเหมือนความสงบจะไม่ได้ยั่งยืน
ในสัปดาห์นี้ การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่ทรัมป์สนับสนุนจบลง ขณะที่ไทยได้ขีดเส้นแบ่งชัดเจนว่า ภาษีจะต้องไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือบังคับให้เกิดสันติภาพกับกัมพูชา
จง เจียเอียน ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า การต่อต้านของไทยเป็นบททดสอบต่อกลยุทธ์ภาษีของทรัมป์ แต่ภาษีก็เป็นเครื่องมือที่หยาบ และไม่เหมาะกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีความซับซ้อนเช่นนี้อยู่แล้ว
“คำถามที่ว่ามันจะนำไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืนในประเด็นบาดหมางที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนานได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสงสัยมาตั้งแต่แรกจนถึงขณะนี้” จงกล่าว
ทรัมป์ซึ่งพยายามที่จะคว้ารางวัลโนเบลสันติภาพ ได้พยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยได้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็ทำให้บางประเทศไม่พอใจไปด้วย
ภาษีศุลกากรในฐานะเครื่องมือต่อรองในความขัดแย้งระดับภูมิภาค
ความพยายามของเขาในการยุติการสู้รบระหว่างอินเดียและปากีสถานเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งทรัมป์ระบุว่าใช้ภาษีศุลกากรที่สูงลิ่วเป็นตัวกดดัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐตึงเครียด จนอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของสองประชาธิปไตยที่ทรงอำนาจ
อินเดียปฏิเสธว่า ภาษีศุลกากรไม่มีบทบาทใดๆ ในการยุติการสู้รบ
ในการปราศรัยที่เพนซิลเวเนียเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดว่าจะโทรศัพท์ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม เพื่อหยุดยั้งการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เน้นย้ำว่า การแก้ไขความขัดแย้งชายแดนควรแยกออกจากการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่
ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม สหรัฐและไทยประกาศกรอบข้อตกลงการค้าที่คงอัตราภาษี 19% ต่อสินค้าไทย พร้อมระบุว่าอาจมีการพิจารณาลดภาษีอีกได้ในอนาคต
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในวันอังคาร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมอยู่แล้วที่เราต้องเจอภาษีฝ่ายเดียว 19% และอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจเพิ่มภาษีมากกว่านี้ถ้าไม่พอใจอะไรบางอย่าง
ความเสี่ยงและผลตอบแทนก่อนการเลือกตั้งก่อนครบวาระ
ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทเกี่ยวกับพรมแดนบนบกยาว 817 กม. มานานกว่าศตวรรษ ความพยายามในการแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนมีความคืบหน้าค่อนข้างน้อย นำไปสู่การปะทุของการสู้รบเป็นระยะ
การสู้รบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งในเดือนกันยายนหลังรัฐบาลก่อนถูกโค่นจากปัญหาชายแดน กำลังเตรียมที่จะยุบสภาในเดือนหน้า และจัดการเลือกตั้งก่อนครบวาระในเดือนมีนาคม
อนุทินเผชิญเสียงวิจารณ์อยู่แล้วจากการตอบสนองล่าช้าต่อของรัฐบาลต่ออุทกภัยร้ายแรงทางภาคใต้เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอาจคุกคามและบั่นทอนเป้าหมายทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย
ลอรา ชวาร์ทซ์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยง Verisk Maplecroft กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยต้องพยายามแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำภายในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้กุมอำนาจ และชัดเจนว่าก็เพื่อที่จะทำให้ชนะการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง”
แม้ความเสี่ยงเรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐยังมีอยู่ แต่อนุทินและพรรคภูมิใจไทยอาจพยายามใช้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยม โดยใช้ท่าทีแข็งกร้าวด้านการค้าและแยกมันออกจากข้อพิพาทชายแดน
วรนัย์ วาณิชกะ อาจารย์พิเศษจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อนุทินเคยเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มชาตินิยมบางกลุ่ม เมื่อเขาลงนามในข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐและมาเลเซียเป็นคนกลาง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะกันทรัมป์ออกไปในตอนนี้
ผลสำรวจทั่สประเทศเมื่อเดือนสิงหาคมพบว่า ประชาชนชาวไทยไว้วางใจกองทัพ ซึ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่สุดต่อกัมพูชา มากกว่าฝ่ายการเมือง
จงกล่าวว่า ไทยอาจต้องเจอผลกระทบจากภาษีในทันที แต่ไทยกำลังเดิมพันกับความเหนือกว่าทางทหารและข้อเท็จจริงที่ว่าความขัดแย้งยังมีขอบเขตจำกัด
“ไทยอาจเชื่อว่าจะสามารถเอาชนะสถานการณ์นี้ได้ และรัฐบาลทรัมป์ก็จะยอมรับผลลัพธ์นั้น” จงกล่าว

