หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเนสโกยก ‘อา...

ยูเนสโกยก ‘อาหารอิตาลี’ เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม รัฐบาลคาด ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

11.12.25 | 12:29 น.
AP

ยูเนสโกยก ‘อาหารอิตาลี’ เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม รัฐบาลคาด ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

ประเพณีการทำอาหารอิตาลี ตลอดจนวิธีการทำอาหารและการถ่ายทอดออกไปสู่สายตาชาวโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมพิเศษโดยองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) หลังเมนูที่คนทั่วโลกโปรดปรานอย่างพิซซ่านาโปลี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี 2017

จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี พยายามผลักดันให้อาหารอิตาลีเป็นที่ยอมรับมาโดยตลอดนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมโลนีระบุว่า สำหรับชาวอิตาลี อาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่เอาไว้รับประทาน แต่มันคือวัฒนธรรม ประเพณี การทำงาน และความรุ่งเรือง

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม การขึ้นทะเบียนดังกล่าวถูกประกาศในที่ประชุมสมัชชาของยูเนสโกที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยยูเนสโกอธิบายอาหารอิตาลีว่าเป็น “ช่องทางในการเชื่อมต่อกับครอบครัวและสังคม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน งานเทศกาล งานเฉลิมฉลอง หรืองานเลี้ยงทางสังคม”

โฆษกของยูเนสโกระบุกับสำนักข่าวบีบีซีว่า แต่ละประเทศมีแนวปฏิบัติ ทักษะ ประเพณี และขนบธรรมเนียมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น วาโชกุ อาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่จดจำในฐานะอาหารสำหรับการเฉลิมฉลองในวันปีใหม่ วัฒนธรรมอาหารเช้าของมาเลเซียที่มีการผสมผสานของหลากหลายวัฒนธรรม หรือมื้ออาหารแบบเต็มคอร์สของฝรั่งเศส

Advertisement

มิเคลันเจโล มัมโมลิตี เชฟชื่อดังชาวอิตาลี เจ้าของร้านอาหาร La Rei Natura ที่ได้รับรางวัลมิชลิน ไกด์ 2026 ออกมาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ลา รีพับลิกา ของอิตาลี ว่าการขึ้นทะเบียนอาหารอิตาลีเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมทำให้ตนรู้สึกภูมิใจมากทั้งในฐานะที่เป็นคนอิตาลี และในฐานะที่เป็นเชฟ และสำหรับเชฟมัมโมลิตี อิตาลีถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีต้นตำรับอาหารที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและประเพณีอย่างมาก

อิตาลีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาประมาณ 80 ล้านคนต่อปี ซึ่งผู้นำอุตสาหกรรมและรัฐบาลอิตาลีคาดหวังว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าวจะยิ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศมากยิ่งขึ้นไปอีก รวมไปถึงอาจเป็นผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าที่ผลิตในอิตาลีอีกด้วย

ในงานประชุมสมัชชาของยูเนสโกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นอกจากอาหารอิตาลีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมพิเศษแล้ว โคชารี อาหารประจำชาติอียิปต์ที่มีส่วนผสมของถั่วเลนทิล ข้าว และพาสต้า วัฒนธรรมสระว่ายน้ำของไอซ์แลนด์ ดนตรีและการเต้นซอนของคิวบา และศิลปะการร้อง เล่น และการทำเครื่องดนตรีลาฮูตาของแอลเบเนีย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เช่นกัน