หน้าแรก ต่างประเทศ กัมพูชา ยื่นห...

กัมพูชา ยื่นหนังสือร้องยูเอ็นเอสซี จี้ประณามไทย-ให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร กล่าวหาละเมิดกฎบัตรยูเอ็น

11.12.25 | 12:50 น.
ภาพรอยเตอร์

กัมพูชา ยื่นหนังสือร้องยูเอ็นเอสซี จี้ประณามไทย-ให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร กล่าวหาละเมิดกฎบัตรยูเอ็น

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เดอะ พนมเปญโพสต์และเอเชียนิวส์เน็ทเวิร์ก รายงานว่า กัมพูชาได้ยื่นคำร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนต่อสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นการโจมตีด้วยอาวุธที่ปราศจากการยั่วยุและทวีความรุนแรงขึ้นของกองกำลังฝ่ายไทยตามแนวชายแดน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับข้อพิพาทจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศไปสู่ประเด็นด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

กัมพูชาโดยนายแก้ว เจีย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำยูเอ็น ได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 10 ธันวาคม ต่อประธานยูเอ็นเอสซีอย่างเป็นทางการ โดยมีถ้อยความระบุกล่าวหากองทัพไทยว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพที่มีอยู่ด้วยการเปิดปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเข้ามาในดินแดนของกัมพูชา โดยคำร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องหลายวัน รวมถึงในจังหวัดพระวิหารและจังหวัดอุดรมีชัย ที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าฝ่ายไทยได้ใช้อาวุธหนัก รถถัง ปืนใหญ่ เครื่องบินรบ และควันพิษ ในการโจมตีที่ขยายเข้าสู่พื้นที่พลเรือน

“ปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรยูเอ็น รวมถึงข้อห้ามอย่างเด็ดขาดต่อการคุกคามหรือการใช้กำลัง ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ได้ก่อให้เกิดอันตรายอย่างชัดเจนต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค” นายแก้ว เจีย ระบุในหนังสือคำร้องดังกล่าว และว่า กองกำลังฝ่ายไทยได้เปิดฉากยิงโจมตีที่่ตั้งของกัมพูชาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม และยกระดับการโจมตีในช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมาด้วยการระดมยิงอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่

กัมพูชายังกล่าวหาว่าการโจมตีดังกล่าวได้ขยายไปยังเขตพลเรือนที่ไม่ใช่พื้นที่สู้รบในจังหวัดบันเตียเมียนเจย และในวันที่ 10 ธันวาคม ได้ลุกลามไปยังบางส่วนของจังหวัดโพธิสัตว์และจังหวัดพระตะบอง ซึ่งการโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนกัมพูชาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย อีกทั้งยังทำลายบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และทำให้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการคุ้มครอง รวมถึงพื้นที่โดยรอบของปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกได้รับความเสียหาย

Advertisement

“การที่ไทยมุ่งโจมตีพื้นพลเรือนโดยเจตนาและอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” หนังสือคำร้องของกัมพูชาระบุ โดยอ้างถึงพันธกรณีที่ต้องแยกแยะระหว่างเป้าหมายพลเรือนและเป้าหมายทางทหาร นอกจากนี้กัมพูชายังกล่าวหาไทยว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งมีข้อผูกพันให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขปัญหาเขตแดนด้วยสันติวิธีและงดเว้นการใช้กำลัง

หนังสือฉบับนี้ยังระบุว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรยูเอ็น โดยกองกำลังกัมพูชาได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุดด้วยการไม่ตอบโต้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อเคารพข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ในขณะเดียวกันกัมพูชาขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรยูเอ็น

นายแก้ว เจีย ยังระบุทิ้งท้ายว่า กัมพูชาไม่ประสงค์ที่จะถูกบีบให้ต้องพิจารณามาตรการตอบโต้ด้วยวิธีอื่นนอกเหนือไปจากการทูตและการเจรจา พร้อมกันนี้รัฐบาลกัมพูชาร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงประณามการกระทำของไทย เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที และให้ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

กัมพูชายังขอให้มีการส่งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระของสหประชาชาติลงพื้นที่เพื่อสอบสวนการกระทำอันเป็นการละเมิดที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวและระบุผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสียชีวิตพลเรือนและความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยอ้างถึงมาตรา 34 และ 35 ของกฎบัตรยูเอ็น

กัมพูชายังระบุให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นปฏิบัติต่อเหตุความรุนแรงพื้นที่ชายแดน ไม่ใช่เพียงเป็นข้อพิพาททวิภาคี แต่เป็นประเด็นที่จำเป็นจะต้องได้รับความสนใจจากนานาชาติ โดยอ้างว่าการกระทำของไทยไม่เพียงเป็นการโจมตีต่อกัมพูชา แต่ยังเป็นการท้าทายระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศและอำนาจของคณะมนตรีมั่นคงโดยตรง พร้อมกับตบท้ายว่าความน่าเชื่อถือของสหประชาชาติกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

Photo: FreshNews