สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ว่า นายเจมส์ โอเรนสไตน์ ผู้พิพากษาศาลแขวงนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัดสินให้ รัฐบาลสหรัฐไม่สามารถบังคับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง “แอปเปิล” ให้เจาะระบบและข้อมูลของไอโฟน เพื่อใช้ในการสอบสวนคดีค้ายาเสพติดได้
แอปเปิลแสดงความคิดเห็นต่อคำร้องขอของรัฐบาลกลางนี้ว่าเป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของผู้ใช้ไอโฟนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
ผู้พิพากษาโอเรนสไตน์กล่าวว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังพยายามอย่างไม่เหมาะสมที่จะใช้อำนาจที่รัฐสภาสหรัฐไม่ได้มอบให้ พร้อมระบุว่า กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถใช้รัฐบัญญัติว่าด้วยอำนาจศาล ฉบับปี 2332 (All Writs Act 1789) ในประเด็นนี้ได้
ผู้พิพากษาโอเรนสไตน์ เขียนว่า “คำถามที่ควรต้องตอบนี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลควรสามารถบังคับแอปเปิลให้ช่วยปลดล็อกอุปกรณ์ได้หรือไม่ แต่ควรเป็นคำถามว่ารัฐบัญญัติว่าด้วยอำนาจศาลสามารถใช้พิจารณาประเด็นนี้ และประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่มาถึงได้หรือไม่ ซึ่งผมมองว่าไม่สามารถใช้ได้”
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐภายใต้กระทรวงยุติธรรมออกหมายค้นโทรศัพท์ไอโฟน 5ซี ของนายจุน เฟ็ง พ่อค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2557 เพื่อหาข้อมูลพ่อค้ายาเสพติดและลูกค้าต่างๆ แต่ไอโฟนเครื่องดังกล่าวใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอส 7 ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเจาะระบบเข้าไปดูข้อมูลได้
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดได้ร้องขอความช่วยเหลือจากแอปเปิล และเบื้องต้นแอปเปิลระบุจะให้ความช่วยเหลือ แต่เปลี่ยนคำตอบในภายหลัง โดยกระทรวงยุติธรรมออกแถลงการณ์ว่า แอปเปิลกลับคำเพื่อรักษาหน้าและให้ดูเหมือนว่าปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
ผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของแอปเปิลให้สัมภาษณ์ต่อซีเอ็นเอ็นว่า บริษัทเคยเสนอความช่วยเหลือ หากเพียงแต่รัฐบาลสหรัฐร้องขออย่างถูกกฎหมาย
ขณะที่อัยการกลางสหรัฐวางแผนคัดค้านคำตัดสินของผู้พิพากษาโอเรนสไตน์ และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสหพันธ์รัฐบาลกลางให้พิจารณาคดีต่อไป โดยกระทรวงยุติธรรมแถลงว่า “โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวอาจมีหลักฐานที่จะช่วยเราในการสอบสวนคดีอาญานี้ และเราจะเดินหน้าใช้กระบวนการทางการศาลต่อไปเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านั้น”
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เคยพยายามเจาะระบบไอโฟน 5ซี ของหนึ่งในมือปืนผู้ก่อเหตุยิงในเมืองซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยแอปเปิลโต้แย้งว่ารัฐบาลสหรัฐไม่สามารถบังคับให้บริษัทเขียนโค้ดได้

