หน้าแรก ต่างประเทศ กลาโหมเขมรอ้า...

กลาโหมเขมรอ้างไทยโจมตีไม่เลือกหน้า ทำลายมรดกวัฒนธรรม เรียกร้องไทยหยุดการกระทำที่ก้าวร้าวทันที

12.12.25 | 13:46 น.
REUTERS/Kim Hong-Ji

กลาโหมเขมรอ้างไทยโจมตีไม่เลือกหน้า ทำลายมรดกวัฒนธรรม เรียกร้องไทยหยุดการกระทำที่ก้าวร้าวทันที

เว็บไซต์เฟรชนิวส์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้อัพเดตสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา โดยระบุว่า ฝ่ายไทยยังคงเดินหน้าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาที่นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและไทยได้ลงนามไว้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ด้วยการใช้อาวุธรุกรานต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเช้าวันศุกร์ที่ 12 ธ.ค. พร้อมกับไล่เลียงไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 11-12 ธันวาคม

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า เป็นที่สังเกตว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม การโจมตีและการรุกรานด้วยอาวุธอย่างโหดเหี้ยมจากฝ่ายกองทัพไทย ได้มุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะโรงเรียนประถมและโรงพยาบาล และยังได้ทำลายปราสาทตาควาย และปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของกัมพูชา และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วย ซึ่งการกระทำที่มุ่งร้ายเช่นนี้ สะท้อนถึงความไร้คุณธรรมอย่างลึกซึ้ง และแสดงให้เห็นถึงการเพิกเฉยอย่างโจ่งแจ้งต่อวัฒนธรรม อารยธรรมและมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกร่วมของมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่บรรพบุรุษชาวเขมรได้สร้างและอนุรักษ์ไว้

พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการกระทำที่ก้าวร้าวทั้งหมดทันที หยุดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่บิดเบือนความจริง หยุดการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชุมชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และหยุดการโจมตีที่ทำลายแหล่งโบราณสถาน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของกัมพูชา และยังเป็นสมบัติของมนุษยชาติทั้งมวล

กองทัพไทยต้องแสดงความจริงใจและเจตนาที่ดี หากประเทศไทยต้องการสันติภาพที่แท้จริง เนื่องจากสันติภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเพียงคำพูดเท่านั้น แต่จะเกิดขึ้นได้ด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น และกองทัพไทยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการยุติกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วทันที

Advertisement

พร้อมระบุว่า กัมพูชาเรียกร้องให้ประเทศไทยหันมาให้เกียรติและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ที่ได้ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 โดยมี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนหมุนเวียน เป็นสักขีพยาน

และกัมพูชาขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามอย่างรุนแรงต่อการละเมิดปฏิญญาร่วมของไทย และการก่ออาชญากรรมสงครามและการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการละเมิดอันอุกอาจเหล่านี้ กัมพูชาขอให้ไทยยุติกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมดทันที และถอนกำลังทหารออกจากดินแดนของกัมพูชา และหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการรุกล้ำหรือรุกราน ซึ่งคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

กัมพูชามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง ปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย รวมถึงข้อตกลงทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุไปก่อนหน้านี้ ด้วยความรับผิดชอบสูงสุดโดยสุจริต แทนที่จะใช้ความก้าวร้าวหรือกำลัง กัมพูชาได้ยืนหยัดแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ เพื่อแสวงหาทางออกที่ยุติธรรม สมเหตุสมผล ยั่งยืน และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาตอกย้ำว่า สิทธิของกัมพูชาในการป้องกันตนเองมีเป้าหมายเฉพาะต่อเป้าหมายทางทหารไทยเท่านั้น และไม่เคยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน เราขอย้ำอย่างหนักแน่นว่า กัมพูชาได้ปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งหมด ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ และเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
สิ่งสำคัญคือ ต้องเน้นย้ำว่า กองกำลังผู้กล้าหาญของกัมพูชาจะยังคงยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ในการต่อสู้กับผู้รุกราน และจะเฝ้าระวังอยู่เสมอในการปฏิบัติหน้าที่และบทบาทเพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

เราขอยืนยันอีกครั้งถึงสิทธิอธิปไตยในการป้องกันตนเอง ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนและประชาชนของเราในทุกวิถีทาง กัมพูชาจะไม่ยอมจำนนต่อการบีบบังคับ หรือการข่มขู่ในรูปแบบใดๆ ก็ตาม พร้อมวิงวอนให้พลเมืองทุกคนมอบความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ต่อรัฐบาลกัมพูชา และให้กำลังใจทหารผู้กล้าหาญและวีรบุรุษของเรา ที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดในทุกสมรภูมิ ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดนี้ รัฐบาล กองทัพ และประชาชนของกัมพูชา ยังคงรวมเป็นหนึ่งเดียวในการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน เกียรติภูมิของชาติ และอธิปไตย ด้วยความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่ไม่หวั่นไหว