ผู้เชี่ยวชาญกังวล อุรังอุตังพันธุ์หายาก เสี่ยงสูญพันธุ์ หลังไซโคลนเซนยาร์พัดถล่ม
ความรุนแรงของพายุไซโคลนเซนยาร์ที่พัดเข้าฝั่งที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สร้างความเสียหายต่อทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่า ความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในป่าทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญและนักอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครพบเห็นลิงอุรังอุตังตาปานูลีในพื้นที่อีกเลยนับตั้งแต่ที่พายุไซโคลนเซนยาร์พัดถล่ม ทั้งนี้ ลิงอุรังอุตังตาปานูลีเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ลิงที่หายากที่สุดในโลกซึ่งขณะนี้มีจำนวนไม่ถึง 800 ตัวเท่านั้น ซึ่งการสูญเสียแม้แต่ตัวเดียว อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อทั้งสายพันธุ์
การหายไปของอุรังอุตังตาปานูลีสร้างความสงสัยให้กับผู้เชี่ยวชาญ โดยบางคนสันนิษฐานว่า อุรังอุตังสายพันธุ์ดังกล่าวอาจถูกน้ำท่วมและดินถล่มพัดหายไป ขณะที่บางส่วนคาดการณ์ว่าพวกมันอาจอพยพไปอยู่ที่ที่มีความปลอดภัยมากกว่าเท่านั้น อย่างไรก็ดี ซากศพอุรังอุตังที่เจ้าหน้าที่พบ อาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวล
ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีประชาชนมากกว่า 900 คน เสียชีวิตจากพายุไซโคลนเซนยาร์ ที่สร้างความเสียหายให้กับชุมชนในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้สูญหายนับร้อย และบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมพบซากลิงอุรังอุตังตาปานูลีที่อยู่ในสภาพปกคลุมไปด้วยดินโคลนและซากไม้ และใบหน้าถูกทำลายจนไม่สามารถทราบได้ในทีแรกว่าเป็นสัตว์ชนิดใดบริเวณตอนกลางของเขตตาปานูลี ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาพบเฉพาะร่างของมนุษย์มาตลอด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบซากสัตว์ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ตามปกติสัตว์เหล่านี้จะมากินผลไม้ที่นี่แต่ตอนนี้มันกลับเป็นสุสานของสัตว์
ศาสตราจารย์เอริก เมยาร์ด กรรมการผู้จัดการบริษัท Borneo Futures ของบรูไน กำลังวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบจากภัยพิบัติต่ออุรังอุตังด้วยการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม โดยผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ป่าบนภูเขาประมาณ 30,000 ไร่ เกิดดินถล่มและเหลือเพียงพื้นที่เปล่าๆ แต่เนื่องจากภาพถ่ายดาวเทียมบางส่วนถูกบดบังด้วยก้อนเมฆ จึงคาดว่า จริงๆ แล้วมีพื้นที่ป่าถูกทำลายถึง 45,000 ไร่
ทั้งๆ ที่เมื่อสองสัปดาห์ก่อนพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นป่าที่อุดมไปด้วยต้นไม้สีเขียว บัดนี้เหลือเพียงพื้นดินโล่งกว้างเท่านั้น โดยศาสตราจารย์เมยาร์ดสันนิษฐานว่า พื้นที่ที่ถูกทำลายน่าจะมีอุรังอุตังประมาณ 35 ตัว และคงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักหากอุรังอุตังที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจะเสียชีวิตแล้วทั้งหมด
ภาพถ่ายซากอุรังอุตังที่ใบหน้าของพวกมันฉีกขาดจนจำไม่ได้ยังคงติดตาศาสตรจารย์เมยาร์ด ซึ่งเขากล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นคงเปรียบเสมือนนรกบนดิน เพราะไม่ว่าอุรังอุตังจะมีความแข็งแกร่งขนาดไหน คงไม่สามารถทนทานต่อดินถล่มที่รุนแรงเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน
นอกจากอุรังอุตังตาปานูลีแล้ว ซากช้างสุมาตรา สัตว์ป่าสายพันธุ์อันตราย ก็ถูกน้ำท่วมซัดบริเวณจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราเช่นกัน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาพถ่ายของช้างสุมาตรากลายมาเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย
เกาะสุมาตรามีสัตว์ป่าอันตรายอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเสือ ช้าง หรือแรด ทั้งนี้ นักอนุรักษ์สัตว์ป่าแสดงความกังวลต่ออุรังอุตังและชะนีเป็นพิเศษ เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันอย่างป่าและภูเขาที่เขตตาปานูลีเป็นพื้นที่ที่มีดินถล่มอย่างรุนแรงจากพายุไซโคลนเซนยาร์
แม้ชาวบ้านหลายคนจะเชื่อว่าลิงอุรังอุตังตาปานูลีน่าจะหนีออกจากพื้นที่ประสบภัยได้ทัน เพราะลิงมักรับรู้ถึงสัญญาณของภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า แต่ผู้เชี่ยวชาญสส่วนใหญ่คาดว่าลิงพวกนี้คงหนีไม่ทันอย่างที่คิด เซิร์จ วิช ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษที่ศึกษาเกี่ยวกับชีววิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและทำวิจัยเกี่ยวกับอุรังอุตังตาปานูลีกล่าวว่า ในช่วงที่ฝนตกหนัก อุรังอุตังมักจะนั่งอยู่บนต้นไม้ และหากิ่งไม้กับใบไม้มาทำเป็นร่มพักพิงเพื่อรอให้ฝนหยุดตก อย่างไรก็ดี เนื่องจากฝนตกในครั้งนี้มีความรุนแรงมาก กว่าฝนจะหยุดตกก็สายเกินไปแล้ว เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกดินถล่มกวาดไปทั้งหมดในเวลารวดเร็ว
นอกจากนั้น น้ำท่วมครั้งใหญ่ครั้งนี้ยังทำลายศูนย์วิจัยอุรังอุตังในเกาะสุมาตราจำนวนมาก รวมไปถึงศูนย์วิจัยที่เมืองเกอตัมเบอ จังหวัดอาเจะห์ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับอุรังอุตังที่แรกของโลกอีกด้วย โดยเอียน ซิงเกิลตัน ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของโครงการอนุรักษ์อุรังอุตังของเกาะสุมาตระบุว่า จะทำการสร้างศูนย์วิจัยเกอตัมเบอให้กลับมาทำการให้ได้เร็วที่สุด เพื่อปกป้องผืนป่าและอุรังอุตังบนเกาะสุมาตราอย่างเต็มที่เช่นเดิม

