หน้าแรก ต่างประเทศ โครงการอาหารโ...

โครงการอาหารโลกชี้ ปีหน้าชาวเมียนมากว่า 12 ล้าน เผชิญภาวะหิวโหยรุนแรง

14.12.25 | 13:50 น.
(แฟ้มภาพ) REUTERS

โครงการอาหารโลกชี้ ปีหน้าชาวเมียนมากว่า 12 ล้าน เผชิญภาวะหิวโหยรุนแรง

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) ระบุว่า ประชาชนชาวเมียนมามากกว่า 12 ล้านคน จะต้องเผชิญกับภาวะอดอยากหิวโหยอย่างรุนแรงในปีหน้า เนื่องจากความรุนแรงในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพหนีออกจากบ้านเรือนของตน

WFP ชี้ว่า ในจำนวนนี้ ประมาณ 1 ล้านคนจะเผชิญภาวะอดอยากขึ้นวิกฤต หมายความว่าพวกเขาจะต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิต

ไมเคิล ดันฟอร์ด ผู้อำนวยการ WFP ประจำเมียนมา กล่าวในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้งและการขาดแคลนกำลังหลอมรวมกัน จนพรากปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของผู้คนไป แต่โลกกลับไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร

“นี่คือหนึ่งในวิกฤตความหิวโหยที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นหนึ่งในวิกฤตที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินน้อยที่สุด” ดันฟอร์ดกล่าว

Advertisement

ด้านโฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมาไม่ตอบคำถามเมื่อถูกขอความเห็นเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์ของ WFP

ตามข้อมูลของ WFP ระบุว่า ในขณะนี้ แม่และเด็กมากกว่า 400,000 คนมีภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันรุนแรง และต้องดำรงชีวิตด้วยข้าวเปล่าหรือโจ๊กเหลวเท่านั้น

รอยเตอร์รายงานว่า ก่อนหน้านี้ กองทัพเมียนมาเคยควบคุมตัวนักวิจัยด้านความมั่นคงทางอาหาร และเตือนเจ้าหน้าที่ด้านความช่วยเหลือไม่ให้เปิดเผยข้อมูลที่แสดงว่ามีผู้คนหลายล้านคนกำลังประสบภาวะหิวโหยอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ เมียนมาตกอยู่ในภาวะวิกฤตนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจในปี 2021 และปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง ส่งผลให้เกิดการลุกฮือขึ้นต่อสู้ด้วยอาวุธทั่วประเทศ

กองทัพเมียนมากำลังวางแผนจัดการเลือกตั้งซึ่งจะเริ่มขึ้นวันที่ 28 ธันวาคมนี้ โดยนักวิจารณ์และกลุ่มสิทธิมนุษยชนมองว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามของบรรดานายพลที่ปกครองเมียนมา ในการสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองของตนถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านพรรคการเมืองตัวแทน ซึ่งข้อกล่าวหานี้ฝ่ายรัฐบาลทหารปฏิเสธ

องค์การสหประชาชาติระบุว่า มีประชาชนเมียนมาราว 3.6 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ หลายคนต้องหนีออกจากบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมักลงเอยด้วยการอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่ขาดแคลนอาหาร การรักษาพยาบาล และมีน้ำสะอาดจำกัด

จากการประเมินของสหประชาชาติที่เผยแพร่เมื่อวันสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า เกือบหนึ่งในสามของประชากรเมียนมา ซึ่งมีทั้งหมด 51.3 ล้านคน จะต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในปี 2569

“คาดว่าความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ขณะที่ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะยังคงบั่นทอนความสามารถในการฟื้นตัวต่อไป” รายงานดังกล่าวระบุ