ไทย ชี้แจง หลังกัมพูชาอ้างข้อมูลเท็จบ่อนทำลายบรรยากาศการประชุมสหประชาชาติ
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “Permanent Mission of Thailand to the United Nations” ไทยได้นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนล่าสุดและประณามการกระทำที่รุกรานและเป็นปรปักษ์อย่างต่อเนื่องของกัมพูชา
กัมพูชายังคงแถลงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับข้อพิพาททวิภาคี ซึ่งบ่อนทำลายเจตนารมณ์ความร่วมมือพหุภาคีในการประชุมของคณะกรรมาธิการเสริมสร้างสันติภาพในหัวข้อ “การระงับข้อพิพาทชายแดนโดยสันติในเอเชียกลาง” (Peaceful Settlement of Border Disputes in Central Asia) และการประชุมแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในหัวข้อ “ความเป็นผู้นำเพื่อสันติภาพ” (Leadership for Peace) อัครราชทูตที่ปรึกษา รัชดา สุเทพากุล จึงตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงว่าการโจมตีด้วยอาวุธอย่างโหดร้ายและไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ทำให้พลเรือนเสียชีวิตและทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ส่งผลให้ประชาชนกว่า 400,000 คน ต้องอพยพจากบ้านเรือน โรงพยาบาล และศูนย์บริการสุขภาพกว่า 200 แห่ง ต้องยุติการให้บริการและอพยพผู้ป่วย โรงเรียนเกือบ 400 แห่ง ต้องปิดการเรียนการสอน

การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วนของการใช้กำลัง การแบ่งแยกระหว่างพลรบกับพลเรือน และการป้องกันเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนและความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย
การโจมตีของกัมพูชาล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นำเสนอหลักฐานที่ได้รับการยืนยันจากคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนและจากคลิปวิดีโอ ว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในดินแดนไทยต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ที่นครเจนีวา การโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ไทยยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากชาวกัมพูชาที่มีส่วนร่วมในอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต และมีความใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา
ไทยพร้อมดำเนินการอย่างสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพ ภายใต้เงื่อนไขว่ากัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีและแสดงความจริงใจและเจตนาบริสุทธิ์อย่างแท้จริง โดยยุติการกระทำใดๆ ที่เป็นปรปักษ์และยั่วยุ


