ฉบับเต็ม! เปิด ‘แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ’ ผลประชุมนานาชาติต่อต้านออนไลน์สแกม
เรา สมาชิกหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วย (ประเทศไทย บังกลาเทศ เนปาล เปรู และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งภาคเอกชน ได้แก่ TikTok) ในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ร่วมเป็นเจ้าภาพโดยรัฐบาลราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม ค.ศ. 2025 ณ กรุงเทพ
รับทราบด้วยความห่วงกังวล เกี่ยวกับการแพร่ขยายอย่างรวดเร็วของปฏิบัติการโดยศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดและก่ออาชญากรรมข้ามชาติในหลายรูปแบบ โดยรวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ การหลอกลวงทางการเงิน การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และการทุจริตคอร์รัปชัน
รับทราบว่า การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อบุคคล ภาคธุรกิจ และรัฐบาลทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นความท้าทายข้ามชาติต่อความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งบั่นทอนสิทธิมนุษยชน ความมั่นคงแห่งชาติ ความก้าวหน้าในการพัฒนาที่ยั่งยืน และความไว้วางใจของสาธารณชน
ตระหนักว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อปฏิบัติการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมมาตรการเสริมสร้างความซื่อสัตย์น่าเชื่อถือและความรับผิดชอบ โดยสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต
ยืนยันหลักการ บทบัญญัติอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรรวมทั้งพิธีสารว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก และพิธีสารว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบนำคนเข้าเมืองทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งเป็นพิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร
ยินดี ต่อการลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2025 ณ กรุงฮานอย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่เก้าสิบ นับจากวันที่มีการยื่นสัตยาบันสารเพื่อเข้าเป็นภาคี ด้วยสารแสดงการยอมรับ สารแสดงความเห็นชอบ หรือภาคยานุวัติสาร ฉบับที่สี่สิบ
ระลึกถึง ข้อมติที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการรับรองโดยสมัชชาสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของสหประชาชาติ ซึ่งตระหนักถึงประโยชน์และนัยของผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลต่อสิทธิมนุษยชน และการที่กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการค้ามนุษย์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากผู้เสียหาย โดยการบังคับให้กระทำการฉ้อโกงและหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องตกอยู่ในสภาวะการถูกบังคับให้กระทำอาชญากรรมผิดกฎหมาย การเป็นแรงงานขัดหนี้ และการปฏิบัติที่เป็นการละเมิดในรูปแบบต่าง ๆ
ย้ำ ถึงความเร่งด่วนและความจำเป็นที่รัฐต่าง ๆ รวมถึงประเทศต้นทางและประเทศทางผ่านของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้กระทำอาชญากรรมผิดกฎหมายในศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ตลอดจนประเทศที่เป็นที่ตั้งของศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และประเทศที่มีประชาชนถูกหลอกฉ้อโกง ที่จะต้องให้ความร่วมมือทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดนเพื่อปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง
เรา สมาชิกหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต จึงประกาศที่จะดำเนินการ ดังนี้
ก. ความมุ่งมั่นทางการเมืองและธรรมาภิบาล
- กำหนด ให้การต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น และจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอต่อการสนับสนุนการปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
- เสริมสร้างความเข้มแข็ง ในการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามตราสารระหว่างประเทศที่มีอยู่ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร พิธีสารว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก และพิธีสารว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบนำคนเข้าเมืองทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งเสริมอนุสัญญาฯ และส่งเสริมการลงนามและเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์
- พัฒนาและเสริมสร้างความเข็มแข็ง ของกฎหมายภายในประเทศ และการตอบสนองขององค์กรและ การปฏิบัติการระดับชาติ ให้สอดคล้องรองรับพันธกรณีระหว่างประเทศของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อป้องกัน ลดผลกระทบ และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยแนวทางการมีส่วนร่วมของทุกส่วนของภาครัฐและทุกส่วนของสังคม
ข. การบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนสอบสวน และการดำเนินคดี
- มุ่งมั่น ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับเครือข่ายการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ผ่านการใช้กลไกระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี
- รับทราบว่า จะมีการแบ่งปันข้อมูล ข่าวกรอง และพยานหลักฐานอย่างทันท่วงที เพื่อสนับสนุนการสกัดกั้น การป้องกัน และการดำเนินคดีต่อการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ
- เสริมสร้างความเข้มแข็ง ในการสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ การต่อต้านการฟอกเงิน และขีดความสามารถด้านนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล ผ่านการฝึกอบรมที่กำหนดเป้าหมายเฉพาะด้าน การจัดทำกระบวนการทำงานที่มีมาตรฐาน และการปรับปรุงเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าพยานหลักฐานทางดิจิทัลในคดีการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตได้รับการเก็บรวบรวม รักษา และวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ
- รับรอง การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามข้อกำหนดด้านความโปร่งใสของการถือครองผลประโยชน์ที่แท้จริง และกฎระเบียบ และการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน
- รับรอง การใช้ข่าวกรองทางการเงินและกลไกการยึดทรัพย์สินทั้งในรูปแบบทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงผ่านเครือข่ายระดับภูมิภาคและความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีสามารถระบุ ติดตามเส้นทาง และกู้คืนเงินรายได้ข้ามพรมแดนจากอาชญากรรมที่เกี่ยวกับศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตได้
- ส่งเสริม การประเมินอย่างละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร และการนำโครงสร้างทางธุรกิจพาณิชย์ไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อประโยชน์ของปฏิบัติการหลอกลวงต่าง ๆ
- เสริมสร้าง ขีดความสามารถของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความท้าทาย และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงสร้างขีดความสามารถด้านการสืบสวนสอบสวนให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในประเทศสมาชิก
- ดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดจากการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อาชญากรที่ผิดได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
- จัดทำ ขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติตามสำหรับการต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ประเทศสมาชิกหุ้นส่วนระดับโลก ในการปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นระบบและครอบคลุม
- พิจารณา จัดตั้งคณะงานเฉพาะกิจในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค หรือระหว่างภูมิภาค ทำหน้าที่ปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต โดยประกอบด้วยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ รวมถึงหน่วยปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน และสายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มีการประสานงานกันอย่างทันท่วงทีและทำงานร่วมกันในการทำลายและถอนรากของศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอีกทางเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย
ค. การคุ้มครองผู้เสียหาย
- ใช้ประโยชน์ จากการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและพยานหลักฐาน และเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในการคัดกรองแยกแยะระหว่างผู้กระทำผิดกับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในบริบทของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งจัดการกับอุปสรรคที่บั่นทอนความพยายามในการระบุตัวผู้เสียหายที่ถูกต้อง
- ใช้ แนวทางการยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางตลอดทั้งขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนของการคัดกรองและ การระบุตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ คุ้มครอง ส่งกลับประเทศต้นทาง และฟื้นฟูเยียวยา ไปจนถึงมาตรการโดยผลักดันสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เสียหาย
- รณรงค์และเพิ่มความพยายาม ในการดำเนินการตามหลักการไม่ลงโทษสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อที่ผู้เสียหายจะไม่ถูกลงโทษจากการกระทำอันเป็นผลของการถูกบังคับค้ามนุษย์
- เรียกร้อง ให้ประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทางของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ประสานงานอย่างใกล้ชิดและทันท่วงที เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกงสุล ดำเนินการคัดกรอง ระบุตัว ส่งต่อ และส่งผู้เสียหายกลับประเทศต้นทาง อีกทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกรณีคดีการค้ามนุษย์ภายหลังการดำเนินการส่งกลับ เพื่อประโยชน์การดำเนินคดีและการป้องกัน
ง. การสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชนและการป้องกันการหลอกลวงทาง
- ส่งเสริม การรณรงค์การสร้างความตระหนักรู้ในระดับโลกของภาคส่วนที่หลากหลาย ผ่านการมีส่วนร่วมของสื่อสังคมออนไลน์และภาคเอกชน เช่น ผู้ให้บริการดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและสินทรัพย์เสมือน และผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลถูกหลอกลวงฉ้อโกงและตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
- เสริมสร้าง ระบบการรายงานในระดับชาติและระดับภูมิภาค โดยการพัฒนาระบบการรายงานที่เข้าถึงได้ และปรับปรุงขีดความสามารถในการวิเคราะห์เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อกรณีและรายงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจจับ ส่งต่อ และสืบสวนสอบสวนการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างทันท่วงที ผ่านการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- ทำงานร่วมอย่างใกล้ชิด กับภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการทางดิจิทัลหรือออนไลน์ เพื่อปราบปราม การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต โดยส่งเสริมการพัฒนาการตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัย การกลั่นกรองเนื้อหา การแบ่งปันข้อมูลและหลักฐานทางดิจิทัล
จ. ความร่วมมือกับหุ้นส่วนภายในประเทศและข้ามพรมแดน
- จัดตั้ง กลุ่มพันธ์มิตรหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยรัฐบาล ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนความพยายามร่วมกันในการต่อสู้กับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
22.ส่งเสริม ให้กรอบการประชุมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไปในอนาคต ร่วมกันใช้ประโยชน์ในการสานต่อพลวัตย้ำข้อความและสาระสำคัญ และรณรงค์หลักการต่างๆที่มีการระบุโดยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเรียกร้องให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์และนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
23.จัดตั้ง จุดประสานงานระดับชาติเป็นการเฉพาะสำหรับ 1.การป้องกันการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต 2.การดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต 3.การคุ้มครองผู้เสียหายจากการหลอกลวงฉ้อโกงและการค้ามนุษย์และ 4.นโยบายและความร่วมมือเพื่อให้เกิดการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศในการตอบสนองต่อการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว
24.สร้างและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของหน่วยงานหรือกลุ่มงานพิเศษระดับประเทศเพื่อช่วยในการตรวจจับ ตัดตอนสืบสวนสอบสวนและปราบปรามอีกทั้งดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
25.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มประเภทรูปแบบ รวมถึงรูปแบบพฤติกรรมทางการเงินและผลกระทบของมาตรการต่อต้านปฏิบัติการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตต่างๆและส่งเสริมการแบ่งปันผลการวิเคราะห์ดังกล่าวผ่านหุ้นส่วนระดับโลกฯ
26.ส่งเสริม ให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้นของความพยายามร่วมกันของหุ้นส่วนระดับโลกฯด้วยการพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหรือกิจกรรมระหว่างประเทศต่างๆอันจะมีส่วนช่วยในการขจัดการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
เรา หุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตรับรองถ้อยแถลงร่วมฉบับนี้ณที่นี้ และขอยืนยันเจตนารมณ์มุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมอันร้ายแรงดังกล่าว
หุ้นส่วนระดับโลกฯ และถ้อยแถลงร่วมฉบับนี้จะเปิดให้รัฐสมาชิกสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องที่มีเจตนารมณ์ร่วมในการปราบปรามการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าร่วมและร่วมรับรองได้ต่อไป

