รอยเตอร์เผย ทหารเขมรอ้างถูกก๊าซพิษไทยถล่ม แต่ยังไร้หลักฐานชี้ชัด สื่อนอกยันตรวจสอบไม่ได้
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด มีคำกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่องว่า ฝ่ายไทยใช้ก๊าซพิษ
ล่าสุด รอยเตอร์ ได้สัมภาษณ์ คุน ยอง ทหารกัมพูชานายหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกัมพูชา ที่บอกว่า เขาจำเป็นต้องถอยออกจากแนวหน้า หลังจากเครื่องบินรบของไทยปฏิบัติการโจมตีในกัมพูชา และทำให้พวกทหารเริ่มมีอาการหายใจลำบาก เหมือนกับจะขาดใจตาย
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาอ้างแทบจะรายวันว่า กองทัพไทยมีการใช้ก๊าซพิษ รวมถึงปฏิบัติการล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่กองทัพไทยโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ คุน ยอง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า การใช้ก๊าซพิษและกลวิธีอื่นๆ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุชี้ชัดว่า ก๊าซพิษที่อ้างว่ากองทัพไทยใช้นั้น เป็นก๊าซอะไร และยังไม่มีหลักฐาน หรือกล่าวว่า ได้มีการยื่นประท้วงเรื่องการใช้ก๊าซดังกล่าว ต่อหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่
ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลกัมพูชา ต่างไม่ได้รับสายโทรศัพท์ที่ทางรอยเตอร์ได้โทรไปเพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติม ทำให้รอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าวได้
ไทยปฏิเสธ ถ้าใช้จริง คงตายไปแล้ว
ขณะที่พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศของไทย ได้เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า กองทัพอากาศของไทย ไม่เคยใช้อาวุธเคมี พร้อมทั้งระบุด้วยว่า รายงานเรื่องการใช้อาวุธดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ที่มีจุดประสงค์เพื่อดิสเครดิตปฏิบัติการของกองทัพอากาศ โดย พลอากาศโท จักรกฤษณ์ บอกว่า หากใช้อาวุธเคมีจริง พวกทหารกัมพูชาคงไม่ใช่แค่หายใจลำบาก แต่คงเสียชีวิตไปแล้ว
รอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงการสู้รบกันระหว่างกัมพูชากับไทย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กัมพูชาได้กล่าวหาไทยว่า ใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาว ซึ่งเป็นสารที่เผาไหม้ ให้แสงสว่าง และเกิดกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่ง และกัมพูชานิยามการกระทำดังกล่าวของไทยว่า เป็นการทำสงครามเคมี
ทั้งนี้ ไทยเองยอมรับว่า มีกระสุนฟอสฟอรัสขาวไว้ในครอบครองจริง แต่ได้ชี้แจงว่า สารดังกล่าวไม่ได้ถูกจัดเป็นอาวุธเคมีภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศ และถูกนำมาใช้เพื่อส่องสว่าง ใช้เป็นม่านควัน รวมถึงวัตถุประสงค์อื่นๆที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การสัมผัสกับไอระเหยของฟอสฟอรัสขาวนั้น เป็นอันตรายต่อดวงตาและระบบทางเดินหายใจ
อย่างไรก็ตาม กัมพูชาเอง ยังไม่ได้ระบุเจาะจงว่า อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากฟอสฟอรัสขาวหรือไม่
บอง บันนาริธ แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา บอกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้รับตัวทหารราว 20 นาย ที่มีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน และหายใจติดขัด แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของอาการเหล่านี้ได้ และยังไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า เราได้รักษาเท่าที่เครื่องมือในตอนนี้จะอำนวย ก่อนที่จะส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลอีกแห่ง ที่เมืองศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนเจย นายแพทย์ นัก วันนี้ บอกว่า เขารักษาทหาร 20 นาย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พบว่า มีทหารหลายนายนอนอยู่บนเตียงคนไข้ บางรายต้องใช้หน้ากากออกซิเจนช่วยหายใจ นายทหารวัย 66 ปี นายหนึ่ง บอกว่า “พวกเขายิงควันพิษใส่ฐานที่มั่นของเราจากทางอากาศเพื่อวางยาพิษพวกเรา”
ขณะที่ตำรวจวัย 55 ปี อีกนายหนึ่ง บอกว่า “เพียงครู่เดียวหลังการมีการยิง ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจ และร่างกายก็อ่อนแอลงทันที”

