หน้าแรก ต่างประเทศ โม้ไม่หยุด! ‘...

โม้ไม่หยุด! ‘ทรัมป์’ โทษ ‘ไบเดน’ ทำสินค้าแพง ชี้ประเทศดีขึ้นในมือตน

18.12.25 | 16:19 น.
REUTERS

โม้ไม่หยุด! ‘ทรัมป์’ โทษ ‘ไบเดน’ ทำสินค้าแพง ชี้ประเทศดีขึ้นในมือตน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ตามเวลาในสหรัฐ มีการปราศรัยที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในช่วงเย็นที่ทำเนียบขาว ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐโม้ถึงความสำเร็จของตนเอง และโทษประธานาธิบดีคนก่อนหน้าอย่าง โจ ไบเดน ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้น ขณะที่พรรครีพับลิกันของเขากำลังเตรียมรับมือกับการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้าที่ดูเหมือนจะยากลำบากสำหรับพรรครัฐบาลในปัจจุบัน

แม้ทรัมป์มักจะบ่นน้อยใจที่ความสำเร็จของเขาไม่ค่อยได้รับการยกย่องจากคนอื่น แต่ในระหว่างการปราศรัยเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ทรัมป์แทบจะไม่เสนอนโยบายใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเลย นอกจากนั้น เขายังแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างมากในประเด็นปัญหาเรื่องการรุกรานของผู้อพยพ อาชญากรรมรุนแรง และสิทธิของบุคคลข้ามเพศ ที่ทรัมป์กล่าวโทษว่าเป็นเพราะข้อตกลงทางการค้าและนโยบายผู้อพยพของไบเดน ที่ทรัมป์เรียกมันว่าระบบทุจริต โดยกล่าวว่า เมื่อ 11 เดือนที่แล้ว เขาได้เข้ามารับช่วงความยุ่งเหยิงวุ่นวาย และกำลังพยายามแก้ไขเรื่องดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่ ทรัมป์ยกย่องผลงานของตัวเองในปีนี้ว่า รัฐบาลทรัมป์สามารถช่วยลดจำนวนผู้อพยพที่เข้ามาในสหรัฐ และสามารถลดราคาสินค้าบางชนิดลงได้ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า ในปีหน้า สหรัฐจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

จากนโยบายอันน้อยนิดที่ทรัมป์เสนอ หนึ่งในนั้นคือการประกาศว่า รัฐบาลทรัมป์จะส่งเงินปันผลจำนวน 1.45 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 46 ล้านบาทให้กับสมาชิกกองทัพสหรัฐ นอกจากนั้น ทรัมป์ยังสนับสนุนข้อเสนอของพรรครีพับลิกันที่ให้มอบเงินสดแก่ประชาชนโดยตรงเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายด้านประกันสุขภาพ แทนที่จะนำเงินดังกล่าวมาเป็นเงินอุดหนุนให้กฎหมายประกันสุขภาพราคาประหยัด หรือโอบามาแคร์ อย่างไรก็ดี ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนที่มากพอในสภาคองเกรส

Advertisement

นอกจากนั้น เป็นที่น่าตกใจมากที่ทรัมป์แทบไม่ใช้เวลานานนักในการพูดถึงเรื่องกิจการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญเป็นอย่างมากหลังจากกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง โดยทรัมป์พูดถึงสงครามฉนวนกาซาแบบผ่านๆ และไม่พูดถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือเรื่องความสัมพันธ์ระหวางสหรัฐและเวเนซุเอลาแม้แต่นิดเดียว

ก่อนหน้านั้น ชาวอเมริกันเป็นกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นและไม่เชื่อใจทรัมป์ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งทรัมป์ก็ยอมรับว่าสินค้ามีราคาสูงจริง แต่โต้แย้งว่าประเทศพร้อมที่จะเข้าสู่ภาวะแห่งความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจแล้ว โดยเขาบอกว่าจะทำให้สินค้ามีราคาถูกลงอย่างรวดเร็วให้ได้ และขอให้ประชาชนเชื่อใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในปีหน้า พร้อมทั้งอ้างถึงนโยบายด้านภาษี อัตราภาษีศุลกากร และแผนการที่จะเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐคนปัจจุบัน คือ เจอโรม พาวเวลล์

ทรัมป์ยังยกยอตัวเองอีกว่า เขาสามารถดึงดูดเงินลงทุนที่สามารถนำมาสร้างงานและเปิดโรงงานใหม่ได้ถึง 18 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 566 ล้านล้านบาท ซึ่งทรัมป์อ้างว่า นโยบายภาษีของเขาคือสาเหตุที่สามารถดึงเงินทุนมาให้ประเทศได้มากขนาดนี้ เขายังโอ้อวดว่า “สหรัฐเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก”

ทั้งนี้ คำปราศรัยดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนการรายงานข้อมูลเงินเฟ้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสำนักงานสถิติแรงงาน หลังจากที่อัตราการจ้างงานแตะระดับต่ำสุดในรอบสี่ปีที่ 2.3% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงสามเดือนแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่นั้น

โดยรวมแล้ว ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า มีการฟื้นตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นบ้างหลังจากหดตัวในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของการจ้างงานชะลอตัวลงในช่วงวาระที่สองของทรัมป์ รวมทั้งอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสี่ปี ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงอยู่ในระดับสูง