หน้าแรก ต่างประเทศ ‘สีหศักดิ์’ เ...

‘สีหศักดิ์’ เผยญี่ปุ่น-จีนห่วงเหตุไทย-กัมพูชา ‘หวัง อี้’ ต่อสายตรง จีนยันไม่ได้ส่งอาวุธหลังเหตุขัดแย้ง

18.12.25 | 18:11 น.

‘สีหศักดิ์’ เผยญี่ปุ่น-จีนห่วงเหตุไทย-กัมพูชา ‘หวัง อี้’ ต่อสายตรง จีนยันไม่ได้ส่งอาวุธหลังเหตุขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการหารือกับ นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นและ นายไอซาวะ อิจิโร ประธานและสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาญี่ปุ่น –ไทย ว่า ญี่ปุ่นมีความห่วงใยถึงสถานการณ์ การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าไม่อยากให้บานปลาย และเสนอว่าหากมีอะไรที่พอจะเข้ามาช่วยได้บ้างก็ยินดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ย และอยากฟังจากฝ่ายไทยว่ามองสถานการณ์อย่างไร ซึ่งตนได้ยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้ประสงค์ที่จะให้เกิดการสู้รบขึ้น อยากจะหาทางยุติโดยสันติวิธี แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชา ที่ต้องแสดงเจตนาจะคลี่คลายสถานการณ์ก่อน เพราะหลายเรื่องจุดเริ่มต้นมาจากฝ่ายกัมพูชาที่พยายามบ่ายเบี่ยงการเจรจาการพูดคุย พูดอย่างทําอีกอย่าง ซึ่งฝ่ายไทยเปิดกว้างอยู่แล้ว แต่คนที่จะต้องเริ่มต้นคือฝ่ายกัมพูชา หากประสงค์ให้หยุดยิง ก็ต้องเสนอมาและต้องแสดงบางอย่างให้เห็นว่าจริงใจและจริงจังในเรื่องนี้ ซึ่งทางญี่ปุ่นก็เข้าใจ อยากให้สถานการณ์คลี่คลาย เพราะญี่ปุ่นเป็นห่วงผลกระทบต่อเอกชนญี่ปุ่นที่เข้าไปลงทุน โดยบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยก็ไปลงทุนผลิตชิ้นส่วนในกัมพูชา พอมีเหตุการณ์สู้รบกัน ชายแดนปิด การส่งชิ้นส่วนก็ทําได้ลําบากขึ้น อาจต้องส่งทางอากาศหรือทางเรือ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจะหยุดยิงหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันในรายละเอียดกับฝ่ายทหารของไทยด้วยว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร มีอะไรเป็นสัญญาณ หรือจะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง ซึ่งหากจะพูดถึงการหยุดยิง ไม่ใช่แค่การประกาศเท่านั้น แต่จะต้องมีการพูดคุยระหว่างฝ่ายทหารโดยตรง ต้องมีการกําหนดมาตรการ ว่าจะดําเนินการอย่างไรและจะตรวจสอบอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยได้สื่อสารออกไปและหากใครต้องการนําสิ่งที่ไทยต้องการสื่อสารออกไปให้กัมพูชาได้ก็ยินดี

“วันก่อนผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศของอียูก็โทรศัพท์มา ด้วยความห่วงใย และเขาบอกผมว่า ฝ่ายกัมพูชาบอกเขาว่าพร้อมจะมีการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วฝ่ายไทยมีท่าทีอย่างไร ผมก็บอกว่าเรายังไม่ได้ยิน เพิ่งได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก ไม่เห็นฝ่ายกัมพูชาแจ้งเรามาเลย แต่กลับไปบอกประเทศอื่น ซึ่งจะกลายเป็นว่าไทยเป็นอุปสรรค แต่ความจริงนั้นไม่ใช่ ดังนั้นตรงนี้เราต้องคุยกับกัมพูชาให้รู้เรื่องว่า เขามีท่าทีอย่างไร ถ้าเขาพร้อมที่จะหยุดยิงก็เสนอมาก่อน และแสดงความจริงใจให้เราเห็น หลังจากนั้นเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน บอกเราว่าต้องการเจรจา อยู่ดีๆ ไม่ใช่การหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้เลย ต้องมีการเจรจาว่ามีเงื่อนไขอย่างไร มีมาตรการอย่างไร” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์เปิดเผยด้วยว่า ในระหว่างที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น ได้รับการติดต่อจาก นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน โดยโทรศัพท์มาหาตน แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าจะมีผู้แทนพิเศษมา หากอยากจะให้ช่วยอะไรก็บอกมา เพราะจีนเป็นมิตรกับทั้งสองประเทศ จึงอยากเห็นสถานการณ์คลี่คลาย และบอกว่าอะไรที่สามารถช่วยได้ก็ยินดี ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงกับทางจีนเช่นเดียวกับที่ชี้แจงกับญี่ปุ่นว่า ประเทศไทยไม่ได้ประสงค์ให้เกิดการสู้รบ และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากท่าทีของฝ่ายกัมพูชา โดยจะเห็นตั้งแต่กรณีเกิดทุ่นระเบิดในพื้นที่บริเวณชายแดนของไทย ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดใหม่แต่กัมพูชาปฏิเสธ และสถานการณ์ที่นําไปสู่การปะทะ ก็เกิดจากการยั่วยุในพื้นที่ ซึ่งจากการชี้แจงทางจีนก็เข้าใจ และได้ประสานทางกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอส่งผู้แทนพิเศษมาพูดคุย ซึ่งในเบื้องต้นจะคุยกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แล้วจากนั้นก็คงจะไปคุยกับทางฝ่ายกัมพูชา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

Advertisement

ที่คุยกับหวัง อี้ ก็เช่นเดียวกันกับที่คุยกับคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นว่าเราพร้อม แต่กฝ่ายเขาต้องพร้อมจริงๆ เขาต้องเป็นคนขอเรื่องการเจรจาหยุดยิง และต้องแสดงความจริงใจด้วย คือ หยุดยิง 24 ชั่วโมง ซึ่งผมไม่ใช่นักการทหาร แต่ก็ต้องมีการแสดงความจริงใจ และหลังจากนั้นต้องมาพูดคุยกัน ว่าจะดําเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งนายหวังอี้ก็เข้าใจ แต่แน่นอนว่าไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ เพราะกระทบต่อภูมิภาค แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ประสงค์ที่จะมาแทรกแซง โดยต้องดูก่อนว่าทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมอย่างไรมีท่าทีอย่างไร เขาจะเข้ามาตรงไหนได้บ้าง ด้วยเหตุนี้เขาถึงมีผู้แทนพิเศษของเขา เกี่ยวกับกิจการในภูมิภาค อาจจะเดินทางมาประเทศไทยและไปกัมพูชา

ส่วนกรณีที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องอาวุธที่กัมพูชาใช้เป็นของจีนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เรื่องนี้ทางจีนได้บอกแล้วว่า จีนไม่มีนโยบายในการจัดส่งอาวุธ ให้ประเทศใดโดยเฉพาะหลังจากที่มีความขัดแย้งแล้ว เพราะจะทําให้สถานการณ์แย่ลง และเป็นสิ่งที่จีนยืนยันมาตลอด ซึ่งตนก็บอกว่ามีหลักฐานที่ยึดมาเป็นอาวุธที่ทําในจีน แต่เขาบอกว่าในส่วนของเขาไม่ได้มีจัดส่งอาวุธ หลังจากที่เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น ส่วนในเรื่องอาวุธ ที่ส่งให้นั้นเป็นเรื่องของความร่วมมือปกติที่มีทั้งกับจีนและไทย