ฮุน มาเนต มอบเงินแก่ครอบครัวทหารพลีชีพจากเหตุปะทะกับไทย กำชับนักข่าวระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
เว็บไซต์แขมร์ไทม์ส เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา นายคุน คิม รัฐมนตรีอาวุโส รองประธานคนแรกของคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อจัดการภัยพิบัติ ในฐานะผู้แทนของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงความเสียใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหาร 4 นาย ที่พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดอุดรมีชัย ระหว่างการสู้กับไทยบริเวณชายแดน

โดยนายคิมได้อ่านสารแสดงความเสียใจของนายฮุน มาเนต ที่ระบุถึงความโศกเศร้าต่อการสูญเสียทหารเหล่านี้ โดยระบุว่า
“ในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง สมเด็จฯฮุน มาเนต ขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวผู้ล่วงลับ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาและเพื่อนทหารในกองพันทหารราบที่ 42 รวมถึงหน่วยทหารต่างๆ ในจังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งการสูญเสียทหารผู้กล้าเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัว แต่ยังเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของกองทัพกัมพูชา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา”
ฮุน มาเนต กำชับนักข่าวระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
โดยนอกเหนือจากสารแสดงความเสียใจแล้ว ฮุน มาเนต ยังได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 80 ล้านเรียล หรือราว 628,000 บาท พร้อมกันนี้ นายคิมยังเป็นตัวแทนมอบความช่วยเหลือจากนางบุน รานี ประธานสภากาชาดกัมพูชา ให้แก่ครอบครัวของเหล่าทหารที่เสียชีวิตด้วยเช่นกัน
ขณะที่มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวเรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพ ความรับผิดชอบ และความสามัคคีของชาติ ในการรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนกัมพูชาและไทย ที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยย้ำว่า การนำเสนอข่าวที่ถูกต้องแม่นยำและมีความรับผิดชอบนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ระมัดระวังการแพร่กระจายข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ รายงานที่บิดเบือน หรือเนื้อหาที่อาจยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติ สร้างความสับสนในหมู่สาธารณชน ทำลายความเชื่อมั่นต่อสถาบันของรัฐ หรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของทหารในแนวหน้า
นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังเรียกร้องให้สื่อหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายกำลังพล ที่ตั้งทางทหาร หรือปฏิบัติการด้านความมั่นคงด้วย โดยย้ำว่า การเสนอข่าวที่ถูกต้องแม่นยำและมีความรับผิดชอบนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่สถานการณ์มีความตึงเครียดสูงเช่นนี้

