หน้าแรก ต่างประเทศ ตำรวจสิงคโปร์...

ตำรวจสิงคโปร์ จับ กัปตันเรือยอชต์ ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร เหตุพัวพันฟอกเงิน เฉินจื้อ

19.12.25 | 13:43 น.

ตำรวจสิงคโปร์ จับ กัปตันเรือยอชต์ ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร เหตุพัวพันฟอกเงิน เฉินจื้อ

สเตรทไทม์ รายงานว่า ตำรวจสิงคโปร์ได้จับกุมชายที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเรือยอชต์สุดหรูให้กับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ไนเจล ถัง วาน บาวนาบิล ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม หลังเดินทางกลับมาสิงคโปร์ ตามแถลงการณ์ของตำรวจเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ในการตอบคำถามจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

ปัจจุบัน ไนเจล ได้รับการประกันตัวแล้ว ตามข้อมูลผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากข้อมูลยังไม่เป็นสาธารณะ

ตำรวจระบุว่า เขาถูกจับกุมในข้อหาต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งเชื่อมโยงกับ เฉิน จื้อ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเขา

Advertisement

ทางการสหรัฐได้ฟ้องเฉิน จื้อ พลเมืองกัมพูชาที่เกิดในจีน โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่หลอกลวงและมีแรงงานทาส ทั้งระบุว่า ขณะนี้ เฉิน จื้อ กำลังหลบหนีอยู่

ด้าน ไนเจล วัย 32 ปี เป็น 1 ในพลเมืองสิงคโปร์ 3 คน ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรในเดือนตุลาคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเฉิน จื้อ เขาเป็นกัปตันเรือยอชต์สุดหรูชื่อ NONNI II ซึ่งเป็นของเฉิน จื้อ และเป็นกรรมการและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ชื่อ Warpcapital Yacht Management ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่า เฉิน จื้อและผู้ร่วมงานของเขาจัดงานปาร์ตี้บนเรือยอชต์สุดหรูขนาด 53 เมตรลำนี้บ่อยครั้ง

ไนเจล ยังเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Capital Zone Warehousing บริษัทในสิงคโปร์ที่เฉิน จื้อ ควบคุมอยู่ ซึ่งดำเนินกิจการคลังสินค้าปลอดภาษี สำหรับสินค้าแอลกอฮอล์ และยาสูบนำเข้า

นับตั้งแต่สหรัฐได้เปิดเผยเรื่องราวของเฉิน จื้อ รัฐบาลสิงคโปร์ก็ดำเนินการอย่างหนัก ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ตำรวจสิงคโปร์ได้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ ที่เชื่อมโยงกับเฉิน จื้อ และผู้ร่วมงานของเขา ซึ่งรวมถึงบัญชีอสังหาริมทรัพย์ บัญชีธนาคาร ยานพาหนะ สุรา และเรือยอชต์

จากเอกสารที่บลูมเบิร์กได้เห็น พบว่ามีสมุดบัญชีอย่างน้อย 15 บัญชี ในทรัพย์สินที่ถูกยึด

เมื่อเดือนพฤศจิกายน บริษัทสิงคโปร์ 4 แห่งของเฉิน จื้อ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปล่อยเงินบางส่วนที่ถูกอายัดไว้ เพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย โดยมี คาเรน เฉิน ซิ่วหลิง ชาวสิงคโปร์อีกคนที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร เป็นผู้ดำเนินการยื่นคำร้องนี้ และปัจจุบันอยู่ในกัมพูชา

เอกสารอีกระบุว่า บริษัทเหล่านี้ต้องจ่ายค่าเช่าที่ค้างชำระแม้จะถูกขับไล่ออกจากสถานที่แล้ว และพวกเขายังค้างจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานทุกคนที่ลาออกไป ปัจจุบันเหลือพนักงานเพียงสองคนเท่านั้น รวมถึงคาเรน เฉิน ด้วย

อัยการสิงคโปร์คัดค้านคำขอปลดล็อกเงิน โดยระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่าเงินดังกล่าว “เป็นทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอาญาที่ต้องสงสัย

พวกเขากล่าวว่ากรมกิจการพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของตำรวจ กำลังสอบสวนนายเฉิน จื้อ ผู้ร่วมงานคนสำคัญ และบริษัทที่เกี่ยวข้อง