หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ยัน ...

สีหศักดิ์ยัน รูบิโอแค่อยากทราบสถานการณ์ ไม่ได้กดดันไทยให้หยุดยิง

19.12.25 | 16:39 น.
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

สีหศักดิ์ยัน รูบิโอแค่อยากทราบสถานการณ์ ไม่ได้กดดันไทยให้หยุดยิง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์ไทย – กัมพูชาว่า ขณะนี้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าสถานการณ์ การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจะบานปลายหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ดําเนินมาสักพักหนึ่งแล้ว ทางสหรัฐจึงอยากทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร มีโอกาสที่จะลดความรุนแรงได้อย่างไรบ้าง และมีความปรารถนาที่จะเข้ามาช่วย ซึ่งในส่วนของไทยก็ยืนยันว่าพร้อมในเรื่องของการลดความรุนแรง แต่ขณะเดียวกันการหยุดยิง เป็นเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชาต้องเป็นผู้เสนอมาก่อน เพราะไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มเหตุการณ์ และหากกัมพูชาเริ่มมีความพร้อมที่จะเจรจาหยุดยิงก็ต้องแสดงให้เห็น โดยต้องมีการหยุดยิงก่อน เพื่อให้เห็นว่าพร้อมจริงๆ หลังจากนั้นก็ต้องมาคุยกัน ซึ่งย้ำว่การหยุดยิงจะมาด้วยการประกาศเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีการกําหนดมาตรการว่าจะหยุดยิงอย่างไร และมีการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทหารของทั้งสองฝ่ายน่าจะต้องพูดคุยกัน

“หนึ่งเขาต้องยื่นเรื่องเสนอมาที่เราว่าต้องการจะเจรจาหยุดยิง สองเขาต้องทําการหยุดยิงก่อน ให้เรามั่นใจว่าเขามีความจริงใจและจริงจังที่จะหยุดยิง เมื่อเราคิดว่าเขามีความจริงใจแล้ว เราก็ต้องให้ฝ่ายทหารของทั้งสองฝ่ายมานั่งพูดคุยกัน แล้วตกลงกันถึงมาตรการการหยุดยิงว่าคืออะไรบ้าง เริ่มเมื่อไหร่ จะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างไรบ้างว่าทุกคนปฏิบัติตามคํามั่นสัญญาการหยุดยิงไม่ได้มาด้วยการแสดงเจตนาอย่างเดียวหรือการประกาศ ต้องมาจากการพูดคุยลงในรายละเอียดว่าจะหยุดยิงอย่างไร จะหยุดยิงแบบไหน มีมาตรการที่จะเข้าไปควบคุมดูแลอย่างไรบ้าง” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า ที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐโทรมาไม่ได้กดดันไทย เพียงแต่บอกว่ามีความเป็นห่วง และความจริงแล้วทางสหรัฐอเมริกาพูดน้อยมากโดยตนเป็นคนพูดส่วนใหญ่ เพราะทราบอยู่แล้วว่าทางสหรัฐต้องการพูดอะไร ไม่ต้องรอให้ขยายความ และดูแล้วทางรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอยากจะฟังจากไทย และไม่ได้อยากที่จะมาทําให้รู้สึกว่ากดดันไทย ซึ่งตนได้ย้ำชัดถึงท่าทีของไทย คือต้องการลดความรุนแรง แต่ไทยทําฝ่ายเดียวไม่ได้ และและการจะหยุดยิงนั้นเป็นเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชาต้องเป็นฝ่ายแสดงเจตจํานงมาที่ไทยโดยตรง ไม่ใช่ไปติดต่อไปที่ฝ่ายที่สาม เพราะไทยเปิดประตูอยู่แล้วและเมื่อแสดงเจตนาพร้อมที่จะหยุดยิงและพูดคุยก็ควรต้องแสดงความจริงใจไปก่อนด้วยการหยุดยิง อย่างน้อยหนึ่งวันล่วงหน้า เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจริงใจแล้วยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี จากนั้นให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือฝ่ายทหารมาพูดคุยกัน ในรายละเอียด โดยกระทรวงการต่างประเทศ พูดได้เพียงในหลักการ  และการ หยุดยิงจะเกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่มาจากการประกาศของประเทศที่สามแต่ต้องมาจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า นายรูบิโอบอกว่าดีใจที่ทราบถึงท่าทีของไทยเช่นนี้และตนยังบอกว่าจะมีโอกาสพูดคุยกันถึงประเด็นปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ในห้วงที่ไปประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียในวันที่ 22 ธันวาคมนี้   ซึ่งก็หวังว่าจะมีข่าว แต่ไทยก็ควรจะต้องทราบว่าทางกัมพูชาพร้อมที่จะพูดคุยโดยต้องแจ้งโดยตรงมาที่ไทย จะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางโทรศัพท์ก็ได้  ไม่ใช่แจ้งผ่านฝ่ายที่สาม

Advertisement

ส่วนกรณีที่ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนระบุคุยกับไทยแล้ว และทั้งสองฝ่ายแสดงความเต็มใจที่จะลดความตึงเครียด และบังคับใช้การหยุดยิง นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า ไทยยังไม่ได้รับปากเรื่องของการหยุดยิง เพียงแต่ยอมรับว่าพร้อมที่จะลดความรุนแรง และไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ แต่การที่จะหยุดยิง ต้องมาจากการเสนอของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเมื่อเสนอแล้วต้องแสดงถึงความพร้อม หยุดยิง และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจว่าพร้อมจะหยุดยิงจริงๆ จากนั้นค่อยมาพูดจากันในรายละเอียดมีข้อตกลงกัน ว่าจะหยุดยิงอย่างไร เมื่อไหร่ แบบไหน และมีมาตรการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งการหยุดยิงไม่ได้เกิดขึ้นโดยทันที