หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ จ่อ...

สีหศักดิ์ จ่อยกคณะไปประชุมอาเซียนมาเลย์ กต.ย้ำ ไม่มีอะไรกดดันไทย กัมพูชาต้องรับ 3 เงื่อนไขหยุดยิง

20.12.25 | 15:40 น.

กต.ย้ำ ไม่มีอะไรมากดดัน ไทย ให้เสียเปรียบเวที กต.อาเซียน 22 ธ.ค. หลัง สหรัฐ-จีน แสดงท่าทีปะทะชายแดน ย้ำ กัมพูชา ต้องรับ 3 เงื่อนไข “สีหศักดิ์”ยกคณะไปมาเลเซีย 21 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ที่ประเทศมาเลเซีย 22 ธันวาคม ในวันพรุ่งนี้ (21ธันวาคม) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะนําคณะผู้แทนไทยที่ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคงเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้ที่ผ่านมา อาจจะได้ยินการแสดงออกท่าทีความเห็นของประเทศต่างๆ มากขึ้น เช่น รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ผู้แทนพิเศษฝ่ายจีน เดินทางไปประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าการประชุมใน 22 ธันวาคมนี้จะไม่มีอะไรที่จะมากดดันฝ่ายไทย ทําให้ต้องเสียเปรียบ ท่าทีที่เราแสดงมาโดยตลอด ไทยปรารถนาสันติภาพ ไม่ได้เป็นฝ่ายคุกคามหรือรุกเข้าพื้นที่อธิปไตยของอีกประเทศ เรามีความชัดเจนมาโดยตลอดและเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยยืนยันมาโดยตลอด และต้องการสันติภาพ ยั่งยืนและแท้จริงกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องแสดงความจริงใจในเรื่องนี้

1.กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะที่เป็นประเทศโจมตีอีกประเทศ
2.การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง
3.กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย เก็บกู้ทุนระเบิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้และต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน

และทั้งหมดนี้จะต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ที่จะทํางานร่วมกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป

Advertisement

นางมาระตี นะลิตา ย้ำว่า เวทีอาเซียนเป็นเวทีที่สําคัญและเป็นเวทีที่จะเป็นคุณกับไทยและเป็นโอกาส ให้เราสามารถแสดงท่าทีชี้แจงข้อมูลหลักฐานทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ที่ทางการไทยได้รวบรวมตั้งแต่เกิดเหตุรอบที่2 ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าท่าทีของไทยยืนอยู่บนหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง การโจมตีเป้าหมายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นการปฏิบัติการเรามุ่งเน้นเป้าหมายทางทหาร เป้าหมายที่ฝ่ายทางกัมพูชาเอามาอ้างในวันนี้ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิมที่เราเคยโจมตีเป็นกาสิโนร้าง เนื่องจากเป็นศูนย์บัญชาการและควบคุมบัญชาการทางทหารที่ฝ่ายกัมพูชากลับไปใช้อีก กองทัพไทยจึงส่งกําลังทางอากาศไปทําลายอีกครั้ง ยืนยันว่าสิ่งที่กัมพูชาอ้าง ไม่ได้โจมตีพื้นที่อยู่อาศัย โรงเรียนสถานศึกษาใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการกล่าวอ้างเฟกนิวส์ที่กัมพูชาทํามาอย่างอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ปฏิบัติทางอากาศยังโจมตีสะพานโอจิก จ.อุดรมีชัย ที่เชื่อม กําลังรบส่วนหลังไปยังส่วนหน้าของกัมพูชา บริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย เนิน350 อําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ การโจมตีสะพานนี้จะทําให้การขนส่งกําลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ ทําได้ยากลําบาก เป็นการริดรอน ขีดความสามารถกําลังรบของกัมพูชาและเป็นโอกาสให้กําลังรบของไทย สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อคืน (19 ธ.ค.)ที่ผ่านมา เราใช้ระเบิดที่มีความแม่นยําสูง และควบคุมให้มีการดําเนินการเช่น รถขนอาวุธ BM-21 หรือรถยิง BM-21 แต่ประชาชนคนกัมพูชาก็ยังสามารถเดินข้ามสะพาน หรือมอเตอร์ไซค์

“การโจมตีครั้งนี้ถือว่าประสบความสําเร็จ หากตรวจพบว่ากัมพูชายังมีความพยายามใช้สะพานแห่งนี้ส่งกําลังบำรุง ก็จะโจมตีซ้ำ เพราะได้เตือนแล้ว ให้หยุดส่งกําลังบํารุงไปยังส่วนหน้า การดําเนินการครั้งนี้เป็นการกดดันและส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มชนชั้นนํา ของกัมพูชาว่ากองทัพไทยจะไม่หยุด เราจะปฏิบัติการทหารต่อเนื่องจนกว่ากัมพูชายอมรับเงื่อนไข 3 ประการที่รัฐบาลไทยได้เสนอไปเพื่อนําไปสู่การหยุดยิงและเจรจาเพื่อสันติภาพต่อไปในอนาคต”