หน้าแรก ต่างประเทศ ปธ.อาเซียนวอน...

ปธ.อาเซียนวอน ‘ไทย-กัมพูชา’ ยึดมั่นวิถีอาเซียน ยุติสู้รบ แก้ปัญหาโดยสันติ

22.12.25 | 12:53 น.

ปธ.อาเซียนวอน ‘ไทย-กัมพูชา’ ยึดมั่นวิถีอาเซียน ยุติสู้รบ แก้ปัญหาโดยสันติ

ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายโมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวเปิดประชุม ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจตามรายละเอียดต่อไปนี้

ผมขอต้อนรับเพื่อนร่วมงานผู้ทรงเกียรติและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กลับสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมประชุมกันในวันนี้ การเข้าร่วมของท่านในการประชุมสมัยพิเศษครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของอาเซียนในการรับมือกับสถานการณ์ที่ยังดำเนินอยู่ตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย

ในปี 1967 พวกเรา 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ได้ร่วมกันก่อตั้งอาเซียน บรรพชนผู้ก่อตั้งอาเซียน มิได้เพียงก่อตั้งองค์กรระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังได้วางรากฐานและแนวทางสำหรับอนาคตของภูมิภาคนี้ด้วย

เมื่ออาเซียนถือกำเนิดขึ้น เป้าหมายหลักอันดับแรกคือการเป็นโครงการทางการเมืองและความมั่นคง ที่มุ่งไปสู่สันติภาพในภูมิภาค นี่คือจุดกำเนิดของอาเซียน

Advertisement

หลักการดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในปี 1971 ด้วยการประกาศให้อาเซียนเป็นเขตแห่งสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Zone of Peace, Freedom and Neutrality: ZOPFAN) และได้รับการตอกย้ำเพิ่มเติมด้วยสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือ (Treaty of Amity and Cooperation: TAC) ในปี 1976

สาระสำคัญของสนธิสัญญาเหล่านี้เป็นอมตะเหนือกาลเวลา คือการไม่แทรกแซงกิจการภายในกันและกัน การยุติข้อพิพาทโดยสันติ การละเว้นการใช้กำลัง และความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสถียรภาพของภูมิภาค

ทั้งหมดนี้ได้ทำให้อาเซียนยึดมั่นอย่างเป็นรูปธรรมต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค และอาเซียนได้ยึดมั่นในสิ่งนี้มาเกือบหกทศวรรษ

ในหลายมิติ อาเซียนคือปาฏิหาริย์ทางการเมืองและความมั่นคง มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ และมองไปข้างหน้า วันนี้ อาเซียนยืนอยู่ ณ จุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งของกิจการระดับภูมิภาคและระดับโลก ช่วงเวลาที่ถูกกำหนดโดยความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ท้าทายรากฐานของระเบียบภูมิภาคของเรา

เหตุการณ์นี้คุกคามความน่าเชื่อถือของอาเซียน ในฐานะหนึ่งในองค์กรภูมิภาคและโครงการบูรณาการที่สงบสุขและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ภายใต้การเชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้งทั้งในอาเซียนและในโลก วิกฤตการณ์ด้านความมั่นคงเป็นทั้งประเด็นเป็นเรื่องของอาเซียนและยังสร้างความกังวลในโลก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับการยุติการสู้รบและการแก้ไขปัญหาโดยสันติ

ในฐานะประธาน รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งต่อการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน และความขัดแย้งที่ยืดเยื้อซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และก่อให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานภายในประเทศเป็นวงกว้าง

ดังที่เพื่อนร่วมงานทุกท่านทราบ ตั้งแต่การสู้รบเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ได้ทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเพื่ออำนวยความสะดวกในการหาทางออกโดยสันติ ผ่านการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องกับนายกรัฐมนตรีของทั้งกัมพูชาและไทย

ความพยายามดังกล่าวนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และข้อตกลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามมาระหว่างสองประเทศ รวมถึงข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและไทย และมีนายกรัฐมนตรีอันวาร์ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นสักขีพยาน

ประธานขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามข้อตกลงและข้อตกลงสันติภาพดังกล่าวอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิผล

ตลอดกระบวนการหารือ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ยังได้ติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้นำอาเซียนประเทศอื่นๆ แก้ไขสถานการณ์

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เขาแสดงความกังวลของมาเลเซีย และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ ยุติการสู้รบทั้งหมด และหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม รวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังไปข้างหน้า โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2025 เวลา 22.00 น.

เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและไทย เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดในการลดระดับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่กัมพูชาและไทยจะต้องยึดมั่นในจิตวิญญาณของการเจรจา ความสุขุมรอบคอบ และความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อยุติความตึงเครียดและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซีย ผ่านกลไกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) ยังได้ประสานงานอย่างแข็งขันกับคู่เจรจาจากกัมพูชาและประเทศไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งในประเด็นนี้ เราจะได้รับฟังการบรรยายสรุปจาก AOT ในการประชุมลับ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมสมัยพิเศษครั้งนี้ จะช่วยฟื้นฟูความพยายามของเรา เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกลับคืนสู่เสถียรภาพ อาเซียนต้องทำทุกวิถีทางที่จำเป็น เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

เป้าหมายของเราไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดระดับความตึงเครียดเท่านั้น เราจำเป็นต้องเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างคู่ขัดแย้ง และเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจา แม้จะยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่

หากเรายังไม่มีคำตอบทั้งหมดต่อความขัดแย้งเหล่านี้ อย่างน้อยเราก็มีสิ่งที่ทรงพลังไม่แพ้กัน นั่นคือบทเรียนจากอดีต ด้วยการหวนกลับไปมองถึงสติปัญญา ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความไว้วางใจที่เคยนำพาเราผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย อาเซียนจะสามารถค้นหาเข็มทิศของตนเองเพื่อเดินหน้าสู่อนาคตได้

ผู้ก่อตั้งของเราเข้าใจสิ่งนี้เป็นอย่างดี เมื่อพวกเขาตระหนักว่าความแข็งแกร่งและพลังร่วมของพวกเราคือทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียน

พวกเขาได้ทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวหยั่งรากอย่างมั่นคงผ่าน TAC เมื่อปี 1976 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่คอยย้ำเตือนเราถึงหลักการพื้นฐานอันยั่งยืนสามประการ

ประการแรก คือความเป็นศูนย์กลางของการทูตแบบ “วิถีอาเซียน” ได้พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเครื่องมือที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา โดยมีรากฐานอยู่บนการเจรจา การปรึกษาหารือ และฉันทามติ

ประการที่สอง คือพลังของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ครั้งแล้วครั้งเล่า ความเป็นเอกภาพของเราได้ช่วยปกป้องอาเซียนจากแรงกดดันภายนอก และนำพาเราผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ

และประการที่สาม คือรากฐานแห่งความไว้วางใจ ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของเราถูกสร้างขึ้นบนความไว้วางใจ ไม่เพียงต่อสถาบันของเราเท่านั้น แต่รวมถึงความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในฐานะครอบครัวอาเซียน

ในขณะที่เรากำลังเผชิญกับความท้าทายในระดับภูมิภาคในปัจจุบัน ขอให้เรายังคงยึดมั่นในภูมิปัญญาจากอดีตเป็นหลักนำทาง นั่นคือ การเลือกการเจรจาเหนือความขัดแย้ง ความเป็นเอกภาพเหนือความแตกแยก และความเจริญรุ่งเรืองที่ทุกคนร่วมแบ่งปันกัน

และขออย่าให้เราลืมว่า ปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนคือเจตจำนงร่วมกันของเรา นั่นคือเจตจำนงที่ผูกพันกันไว้ด้วยมิตรภาพ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ

ในอาเซียนที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น เราจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบในวงกว้างจากการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์นี้ต่อประชาชนที่เรามีหน้าที่รับใช้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกท่านให้ความสำคัญเร่งด่วนสูงสุดต่อประเด็นนี้

โปรดจำไว้ว่า ในสายตาของโลก อาเซียนได้เติบโตและเจริญรุ่งเรือง และในสายตาของโลกเช่นเดียวกัน อาเซียนก็ต้องเอาชนะและก้าวข้ามความท้าทายของเราให้ได้

ผม ขอขอบคุณ ฯพณฯ ปรัก สุคน และ ฯพณฯ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตลอดจนเพื่อนร่วมงานท่านอื่นๆ สำหรับการมีส่วนร่วมและการประสานงานกับผมอย่างต่อเนื่อง ในฐานะประธาน

ความไว้วางใจที่ทุกท่านมีต่อมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน มีความหมายอย่างลึกซึ้งยิ่ง และในทางกลับกัน มาเลเซียก็มีความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อความมุ่งมั่นของทั้งกัมพูชาและประเทศไทย ที่จะแสวงหาทางออกโดยสันติ

เราต้องแสดงให้โลกเห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ที่เป็นคุณลักษณะเด่นของอาเซียนตลอดเกือบหกสิบปีที่ผ่านมา

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีการหารือที่สร้างสรรค์และเกิดผลเป็นรูปธรรมร่วมกับทุกท่านในวันนี้