หน้าแรก ต่างประเทศ สรุปสถานการณ์...

สรุปสถานการณ์โลก 2025 การเมืองดุ สงครามเดือด ภัยพิบัติถาโถม

29.12.25 | 14:23 น.

โลก 2025 การเมืองดุ สงครามเดือด ภัยพิบัติถาโถม

ปี 2025 โลกเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงในแทบทุกมิติ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ระอุในหลายพื้นที่และการอุบัติขึ้นของอุบัติภัยไม่คาดคิด ตลอดจนพิบัติภัยธรรมชาติรุนแรงที่คร่ามนุษย์ไปมากมายและทิ้งไว้ซึ่งความเสียหายมหาศาล ก่อนเข้าสู่ศักราชใหม่ ขอประมวลเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้เป็นการทบทวนส่งท้าย

  • ‘โดนัลด์ ทรัมป์’หวนคืนทำเนียบขาว

การกลับสู่ทำเนียบขาวสมัย 2 แบบไม่ต่อเนื่องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่สาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ทำให้เขาเป็นเพียงประธานาธิบดีคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ดำรงตำแหน่งในลักษณะนี้ ทรัมป์ย้ำคำสัญญาว่าจะทำให้ “อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (MAGA) ด้วยการสานต่อนโยบายภายใต้แนวคิด “อเมริกามาก่อน” (America First)

จากวันนั้นโลกได้เห็นการเดินหน้านโยบายสุดโต่งของทรัมป์ที่จุดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการออกคำสั่งฝ่ายบริหารนับร้อยฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่ การลดขนาดรัฐบาล ที่ทำให้ได้เห็นการเกิดขึ้นของ “กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล” (DOGE) โดยตั้งมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ มาคุมงาน ทำให้เห็นการยุบหน่วยงานสำคัญมากมายและการปลดเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางออกนับหลายแสนคน ไปจนถึงการควบคุมการอพยพเข้าเมืองที่เข้มงวด นำไปสู่การกวาดจับและเนรเทศกลับผู้อพยพจำนวนมาก

Advertisement
  • จุดสงครามการค้าเดือด

ที่ทำให้โลกทั้งใบเดือดมากที่สุดคือ การเปิดศึกการค้าด้วยการประกาศมาตรการภาษีของทรัมป์ เมื่อ 2 เมษายน ที่เรียกว่า “วันปลดปล่อย” (Liberation Day) ซึ่งมุ่งตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่ทรัมป์อ้างว่าได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐมากเกินไป ปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและกดดันคู่ค้าต่อประเด็นยาเสพติดและการอพยพ มาตรการดังกล่าวได้กำหนดภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภท และเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูงขึ้นกับเป้าหมายเฉพาะ เช่น จีน สหภาพยุโรป แคนาดา เม็กซิโก เป็นต้น โดยที่จีนเผชิญกำแพงภาษีหนักที่สุดถึง 145% ทำให้จีนโต้กลับด้วยการควบคุมการส่งออกแร่หายากอย่างเข้มงวด ก่อนสองฝ่ายจะเจรจาต่อรองกันหลายรอบเพื่อหวังสงบศึกการค้า

  • สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังยืดเยื้อ

ปีนี้ยังเต็มไปด้วยการสู้รบ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อสู่ปีที่ 4 เป็นหนึ่งในสมรภูมิเดือดที่สุดในปีนี้ รัสเซียเพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่เมืองต่าง ๆ ของยูเครน ทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย แม้รัสเซียจะยึดแคว้นคูร์สก์กลับมาได้ แต่ความคืบหน้าในยูเครนมีจำกัด โดยยึดพื้นที่เพิ่มได้ไม่ถึง 1%ในทั้งปี และต้องแลกกับการสูญเสียทหารราววันละหนึ่งพันนาย

ความพยายามทางการทูตยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่เป็นผล ล่าสุดมีการผลักดันแผนสันติภาพ 20 ข้อโดยสหรัฐ ที่ได้เจรจากับฝ่ายยูเครนแล้วและกำลังรอท่าทีจากรัสเซีย อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในประเด็นสำคัญ เช่น การควบคุมดินแดนและหลักประกันด้านความมั่นคง ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ต้องลุ้นต่อไปว่าคู่ขัดแย้งนี้จะตกลงกันได้เสียทีหรือไม่

  • วิกฤตการณ์ฉนวนกาซา

สงครามกาซา ซึ่งปะทุขึ้นหลังการโจมตีอิสราเอลของฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคมปี 2023 ยังคงมีความรุนแรง แม้ในเดือนมกราคมจะมีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว เพื่อให้ฮามาสปล่อยตัวประกัน 33 คนและร่างผู้เสียชีวิตบางส่วน แลกกับการที่อิสราเอลปล่อยนักโทษปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน การแลกเปลี่ยนนี้เป็นหนึ่งในความพยายามลดความตึงเครียดและบรรเทาภาวะวิกฤติด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา

ในเดือนตุลาคม ความกดดันต่อเนื่องจากหลายฝ่าย รวมถึงบทบาทของสหรัฐนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงและแผนสันติภาพ 3 ระยะในฉนวนกาซา ได้แก่ 1.หยุดยิงทันที-ถอนทหารอิสราเอล 2.ปลดอาวุธฮามาส-ส่งกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติสู่กาซา 3. ฟื้นฟูการปกครองของชาวปาเลสไตน์และฟื้นฟูกาซา แม้จะมีความคืบหน้า แต่การดำเนินการยังคงไม่แน่นอน ทั้งสองฝ่ายยังคงอ้างการละเมิดข้อตกลง ขณะความรุนแรงและวิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซายังคงอยู่

  • อิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากรบตรง

ความตึงเครียดอิสราเอล-อิหร่าน ที่เป็นปฏิปักษ์มานาน ทวีความรุนแรงขึ้นซึ่งมีผลเกี่ยวพันกับความขัดแย้งในกาซา จนเกิดเป็นการสู้รบโดยตรง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มุ่งเป้าไปฐานที่ตั้งสำคัญและบุคลากรระดับสูง โดยมีสหรัฐผสมโรงโจมตีเป้าหมายที่ตั้งนิวเคลียร์อิหร่านโดยตรงด้วย

อิหร่านโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล เหตุสู้รบดำเนินไป 12 วัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ก่อนสหรัฐแทรกแซงทางการทูต จนนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน

นอกจากนี้ ยังมีเหตุสู้รบรุนแรงในหลายพื้นที่ รวมถึงเหตุอินเดียปะทะเดือดปากีสถาน เหตุปะทะไทย-กัมพูชา และสงครามกลางเมืองในซูดาน

 

  • เลือกโป๊ปองค์ใหม่

8 พฤษภาคม คริสตจักรโรมันคาทอลิกประกาศเลือก โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรวอสต์ เป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ที่ 267 และเป็นโป๊ปชาวอเมริกันพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยทรงเลือกใช้พระนามว่า “เลโอที่ 14” พระองค์ทรงมีแนวทางมุ่งสืบสานจุดยืนของโป๊ปฟรานซิส โดยให้ความสำคัญกับผู้ยากไร้ ผู้อพยพและการปกป้องสิ่งแวดล้อม พร้อมกับรักษาสมดุลภายในศาสนจักร การเลือกโป๊ปองค์ใหม่ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงและความต่อเนื่องของคริสตจักรคาทอลิกในยุคปัจจุบัน

  • ภัยพิบัติกระหน่ำโลก

โลกยังเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติเล่นงาน ทั้งแผ่นดินไหว ไฟป่า ฝนถล่มน้ำท่วม ผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่ผลาญพื้นที่กว่า 126,500 ไร่ ในลอสแอนเจลิสของสหรัฐ ช่วงเดือนมกราคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 30 ราย และก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าราว 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหตุแผ่นดินไหวแรง 7.7 แมกนิจูด ที่เมืองมัณฑะเลย์ของเมียนมา เมื่อ 28 มีนาคม ส่งแรงสั่นสะเทือนประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงไทย สร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมียนมากว่า 3,700 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บนับหมื่น

หลายชาติในเอเชียยังเผชิญพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มหลายลูกต่อเนื่องที่ก่อน้ำท่วมหนักดินถล่ม ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย จมบาดาลถ้วนหน้า

 

  • การลุกฮือของ Gen Z

เกิดการเคลื่อนไหวใหญ่นำโดยกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 30 ปี หรือ Gen Z ปรากฎทั่วเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา เพื่อต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ การเซ็นเซอร์บนโซเชียลมีเดีย และการทุจริตของชนชั้นนำ
การเคลื่อนไหวบรรลุผลสำเร็จมากน้อยแตกต่างกันไป เช่น ในโมร็อกโก รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปสังคม แต่ผู้ประท้วงกว่า 2,000 คนกลับต้องเผชิญการถูกดำเนินคดี ในบางประเทศการประท้วงขยายตัวกลายเป็นการท้าทายอำนาจรัฐในวงกว้าง หลังจากถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้ผู้นำอย่างนายเคพี ชาร์มา โอลี นายกรัฐมนตรีของเนปาล และประธานาธิบดีอันดรี ราโจลินา ของมาดากัสการ์ ร่วงหล่นจากอำนาจ

  • ลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก

ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมชาวอเมริกันวัย 31 และผู้ก่อตั้งองค์กร Turning Point USA ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะปราศรัยต่อหน้าผู้ชมราว 3,000 คน ในงานกิจกรรมของมหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน หลังเหตุการณ์ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยคือ ไทเลอร์ โรบินสัน วัย 22 ปี ที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมร้ายแรงและคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน คดีนี้ถูกมองว่าเป็น “การลอบสังหารทางการเมือง” ที่สร้างความตึงเครียดขึ้นในสหรัฐและจุดการถกเถียงเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองและการครอบครองอาวุธปืนอย่างกว้างขวาง

  • จากเจ้าชายสู่ปุถุชน

เพื่อมุ่งรักษาความสง่างามของสถาบันกษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีคำสั่งเด็ดขาด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ให้ถอดยศ “เจ้าชาย” และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมดรวมถึงยศทางทหารของเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก พระอนุชาในพระองค์ และให้ย้ายออกจากพระราชวังวินด์เซอร์ เนื่องจากกรณีอื้อฉาวทางเพศที่เจ้าชายแอนดรูว์ถูกเวอร์ จิเนีย จุฟเฟร กล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเธอ และการมีชื่อไปพัวพันกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินคนดังและผู้กระทำผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก นั่นทำให้ชีวิตของเจ้าชายแอนดรูว์ ร่วงตกจากฟ้ากลายเป็นเพียง แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์ ปุถุชนธรรมดา