สรุปภัยพิบัติโลก 2025 สะท้อนหายนะ โลกสาหัสรอบปี
ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่โลกเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น แผ่นดินไหว พายุพัดถล่ม และไฟป่า สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและชีวิตในแทบทุกภูมิภาคของโลก Swiss Re บริษัทประกันภัยระบุว่าภัยธรรมชาติก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในปี 2025 มากถึง 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.83 ล้านล้านบาท ยิ่งเป็นหลักฐานที่สะท้อนความเสียหายและความเจ็บปวดจากภัยพิบัติ รายงานนี้จะรวมรวบเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในรอบ 365 วันที่ผ่านมา

ไฟป่าลอสแอนเจลิส – ไฟป่าที่มูลค่าความเสียหายสูงที่สุดในโลก
เหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ของปีนี้เริ่มจากเหตุการณ์ไฟป่านครลอสแอนเจลิส เมื่อไฟเริ่มลุกไหม้เมื่อวันที่ 7 มกราคม กระแสลมซานตา อานา ที่มีความเร็วลมเทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคน ทำให้ไฟลุกลามไปอย่างรวดเร็วทำลายย่านมาลิบูและโทปันกาในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ในขณะเดียวกัน ลอสแอนเจลิสเจอกับไฟป่ารวมทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ไฟป่าพาลิเซด ไฟป่าอีตัน ไฟป่าเฮิร์ส และไฟป่าออโต้ โดยไฟป่าพาลิเซดเผาผลาญพื้นที่ไปมากถึง 93 ตารางกิโลเมตร ส่วนไฟป่าอีตันอยู่ห่างจากย่านใจกลางลอสแอนเจลิสเพียง 20 กิโลเมตร เป็นไฟป่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ไฟป่าลอสแอนเจลิสในครั้งนี้โหมลุกไหม้นานถึงเกือบ 1 เดือนจนสามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดในวันที่ 31 มกราคม ต่อมา ตำรวจสหรัฐสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุวางเพลิงจนนำไปสู่ไฟป่าพาลิเสดได้ แต่ไฟป่าอื่นๆ ในลอสแอนเจลิสเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ปี 2024 ถือเป็นฤดูแห้งแล้งของลอสแอนเจลิสโดยมีฝนตกลงมาน้อยมากนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้อากาศแห้งเป็นพิเศษบวกกับกระแสลมแรง ไฟป่าลอสแอนเจลิสเผาผลาญบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ไปมากกว่า 12,000 แห่ง รวมถึงคฤหาสน์ของดาราฮอลลีวู้ดหลายหลัง เช่น เมล กิบสัน และ ปารีส ฮิลตัน Swiss Re เปิดเผยว่ามูลค่าความเสียหายจากไฟป่าแอลเอสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.24 ล้านล้านบาท ทำให้มันกลายเป็นไฟป่าที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดในโลก

แผ่นดินไหวเมียนมา – ไทย ปรากฎการณ์ช็อกตึกสั่นกลางกรุง
ตามปกติแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่เจอกับแผ่นดินไหวน้อยมาก หรือเป็นแผ่นดินไหวเล็กเท่านั้น แต่ในปีนี้ชาวไทยเจอกับข่าวช็อคเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูดใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย แม้จะตั้งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวถึง 1,000 กิโลเมตร เช่นเดียวกับหลายจังหวัดที่รับรู้แรงสั่นไหวเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่ชาวไทยเจอกับประสบการณ์ “แผ่นดินไหว” รุนแรงจนทุกคนต้องวิ่งหนีตายออกมาจากสำนักงานหรือบ้านเรือนตัวเอง ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อคอีกหลายครั้ง
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้อาคารบ้านเรือนของประชาชนในเมียนมาพังเสียหายเกือบ 50,000 หลัง ขณะที่ในไทยทำให้อาคารหลายแห่งเกิดรอยร้าวและอาคารสำนักงานใหญ่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มลงมาจนเป็นข่าวใหญ่ ผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ทั้งในไทยและเมียนมารวมทั้งสิ้นกว่า 2,500 คน สหประชาชาติ (ยูเอ็น) คาดการณ์ว่ามีผู้ที่ต้องรับความช่วยเหลือใน 6 ภูมิภาคของเมียนมามากถึง 28 ล้านคน
สาเหตุที่แผ่นดินไหวครั้งนี้รับรู้ได้ไกลถึงกรุงเทพมหานครเป็นเพราะแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ความลึกแค่ 10 กิโลเมตรใต้พื้นดิน เกิดขึ้นที่รอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมามีการเคลื่อนตัวแบบ สไตรก์-สลิป (strike-slip) ในลักษณะที่แผ่นเปลือกโลก 2 แห่งเคลื่อนที่ในลักษณะแนวนอน จึงปล่อยพลังงานมหาศาลมากกว่าระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาไปตามความยาวของรอยเลื่อนได้จึงทำให้แรงสั่นไหวรับรู้ได้ไกลถึงประเทศไทย
พายุถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – new normal แห่งสภาพอากาศสุดขั้ว
ในปีนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เจอพายุพัดถล่มมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ประเทศที่มักถูกพายุพัดถล่มอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเจอกับพายุถี่มากขึ้น ในปีนี้ เวียดนามเจอกับพายุไต้ฝุ่นมากถึง 14 ลูก สร้างความเสียหายมากถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ขณะที่ฟิลิปปินส์ถูกพายุไต้ฝุ่นพัดถล่ม 21 ลูก โดยมีช่วงหนึ่งที่ฟิลิปปินส์เจอพายุไซโคลนพัดติดต่อกันถึง 6 ลูกในเวลาแค่ 5 สัปดาห์ นอกจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน ประเทศอินโดนีเซียถูกพายุไซโคลนเซนยาร์ในช่องแคบมะละกาพัดถล่มจังหวัดอาเจะห์ สุมาตราเหนือและสุมาตราตะวันตก ทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนทั้งยังเกิดดินถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียมากถึง 969 คน ภาคใต้ของประเทศไทยก็เจอกับพายุฝนตกหนักมากกว่าปกติในปีนี้เช่นกัน ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากถึง 600 มิลิเมตรติดต่อกันหลายวันทำให้อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาถูกน้ำท่วมสูงถึงขนาดที่หลายคนบอกว่านี่เป็นฝนตกหนักครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 300 ปี
บรรดานักวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นว่าสาเหตุที่พายุพัดถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นเป็นผลมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น ทำให้เกิดความชื้นในชั้นบรรยากาศมากขึ้นส่งผลให้เกิดฝนตกหนักแบบสุดขั้ว บวกกับการตัดไม้ทำลายป่าที่มากขึ้นจนเร่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นจากดินถล่ม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเล็งเห็นว่าภูมิภาคอาเซียนควรเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็น new normal ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อุณหภูมิร้อนจัด จ่อทาบสถิติอันดับ 2 ปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
ฤดูร้อนของปีนี้หลายประเทศเจอกับคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมหลายภูมิภาคของโลก โครงการบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ของสหภาพยุโรป เปิดเผยรายงานเมื่อเดือนธันวาคม ว่าปี 2025 อาจเป็นปีที่อุณหภูมิโลกร้อนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 หรือ 3 ตั้งแต่เคยมีการบันทึกสถิติมา สะท้อนถึงสภาพความเป็นไปของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้่ามกลางปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัด แต่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) ที่ประเทศบราซิล กลับไม่มีเรื่องการยุติใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุม แม้ว่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะเป็นปัจจัยหลักของการเกิดภาวะโลกร้อน แม้ว่ากว่า 80 ประเทศ พร้อมกับกว่า 100 องค์กรที่เข้าร่วมการประชุมจะขอให้ประธานการประชุมร่างโร้ดแมพเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
เจตจำนงในความมุ่งมั่นเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังเจอกับอุปสรรคมากขึ้นด้วย เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 4 ฉบับเพื่อให้สหรัฐอเมริกากลับมาใช้ถ่านหิน เชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น และยกเลิกกฎหมายที่จำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละรัฐ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมถ่านหินของสหรัฐอเมริกา แม้ว่าหลายประเทศจะลดการใช้ถ่านหินเพื่อผลิตพลังงานเพื่อดำเนินการตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน
ภัยพิบัติถือปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติ ทุกประเทศ ทุกหน่วยงาน และทุกคนจึงมีส่วนสำคัญในการมุ่งเดินหน้าไปสู่การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อลดผลกระทบ ความเจ็บปวดจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อรักษาชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วทุกมุมโลกของเรา

