‘สีหศักดิ์’ เปิดใจ 3 เดือนขับเคลื่อนการตปท.ไทย

31.12.25 | 05:50 น.

‘สีหศักดิ์’ เปิดใจ
3 เดือนขับเคลื่อนการตปท.ไทย

๐ผ่านมา 3 เดือนกว่ากับภารกิจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พอใจกับงานที่ทำไปหรือไม่

เมื่อเข้ามารับตำแหน่งก็เจอวิกฤตความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ก็ต้องค่อยๆ ทำให้มันคลี่คลาย การกำหนดนโยบายความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามันลำบากในแง่ที่ว่า นอกจากความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศและปัญหาเรื่องการสู้รบบริเวณชายแดน มันยังมีความท้าทายเรื่องความรู้สึกของประชาชน ขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาก็ไม่เปิดพื้นที่ทางการทูต ระหว่างนั้นสหรัฐก็เข้ามา ซึ่งก็ได้บอกสหรัฐตั้งแต่วันแรกที่เจรจากันและยังบอกเสมอมาว่า เราต้องการอะไรที่สามารถนำไปสู่สันติภาพได้อย่างแท้จริง และมีประเด็นอะไรบ้างที่คิดว่านำไปสู่สันติภาพได้ ซึ่งก็คือ 4 ข้อคือการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ขัดแย้ง การเก็บกู้ระเบิดสังหารบุคคล การปราบปรามขบวนสแกมเมอร์ และการจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน ที่เราเรียกร้องมาตลอด ตอนที่ลงนาม 4 ฝ่ายก็คิดว่ามีมันกรอบแล้ว โอเคแล้ว พอเหมือนกำลังจะดี ก็มาเจอปะทะครั้งที่ 2 ฝ่ายกัมพูชาก็บอกว่าเรายิงก่อน และคนของเขาตาย แต่คนตายของเขาหายไปไหนก็ไม่รู้

ความรู้สึกคือฝ่ายกัมพูชาพยายามจะสร้างสถานการณ์แต่งเรื่องราวต่างๆ อยู่ตลอดเวลา บางครั้งกัมพูชาต้องการยุแยงเพื่อให้เราดูเหมือนรังแก ปัญหาอีกเรื่องคือเราต้องดีลกับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งสามารถควบคุมการแสดงความคิดเห็นภายในและสั่งได้ทุกอย่าง การปะทะกันครั้งที่ 2 เกิดขึ้นหลังจากที่เราไปร่วมประชุมอนุสัญญาออตตาวาว่าด้วยทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่นครเจนีวา เขาเริ่มเสียพื้นที่ คนเริ่มไม่เชื่อ อีก 2 วันก็มีเหตุปะทะเกิดขึ้น แต่รัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่มากขึ้นกว่าในช่วงแรกของการปะทะ ปัญหาไทย-กัมพูชา ในตอนแรกนั้นดูไม่มีความเป็นเอกภาพ และมีการแก้ปัญหามาเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับที่ทำให้ประชาชนรู้สึกพอใจ

๐การดำเนินการของเราในกรอบสหประชาชาติ (UN) หรือในเวทีต่างๆ เพื่อตอบโต้กับการสร้างข่าวเท็จของกัมพูชา ขณะที่วิธีของเราคือพูดความจริง จนถึงขณะนี้คิดว่า โลกรับสารที่เราต้องการสื่อหรือไม่

Advertisement

ความจริงที่เราไปชี้แจงต่างๆ เขาก็ฟัง แต่เราก็ต้องดีลกับภาพที่ว่า ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก ซึ่งก็บอกให้เขาทราบว่ามันไม่ใช่ ประเทศเล็กก็เป็นฝ่ายยุแยงก่อน และศักยภาพทางอาวุธของเขาก็ใช่ย่อย สิ่งที่พยายามชี้แจงคือเรามุ่งสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา การประชุมที่กัวลาลัมเปอร์วันที่ 22 ธันวาคม เราก็บอกว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกที่จะมาโต้กันไปโต้กันมา มาถึงจุดนี้เราควรจะมองไปข้างหน้าแล้วว่าเราจะทำอย่างไรให้สถานการณ์มันคลี่คลาย ซึ่งมันต้องมาด้วยการเจรจา ไม่ใช่ไปเที่ยวประกาศทั่วโลก แล้วมากดดันให้ไทยเจรจา ดีที่อาเซียนพยายามที่จะหาทางให้ทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน นำไปสู่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ซึ่งกัมพูชาก็ตอบรับทันที และหลังจากนี้ก็ต้องไปคุยกันในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ต่อไป

๐การหารือ 3 ฝ่ายในจีนที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นอย่างไรบ้าง

เราต้องเน้นขณะนี้ก่อน ทำให้มันเป็นการหยุดยิงที่ยั่งยืน ก้าวไปทีละก้าว การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันมันมีความสำคัญ เราต้องการในสิ่งที่ทำให้ขณะนี้มั่นคง ไม่ให้มีเหตุการณ์แทรกซ้อนเกิดขึ้น หรือถ้าหากเกิดสิ่งใดก็ต้องมีการประสานกันโดยเร็วเพื่อไม่ให้ลุกลาม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในแถลงการณ์ร่วม 3 ฝ่ายที่ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อไหร่ที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เมื่อนั้นเราถึงจะเดินหน้าต่อด้วยความมั่นใจ

ถ้ามองในภาพรวมจากที่รับหน้าที่มา เราก็ประสบความสำเร็จในแง่ที่ว่าสามารถลดแรงกดดันต่อไทย สองก็คือนำกัมพูชากลับมาสู่โต๊ะเจรจา สามคือการทำงาน ทหารกับกระทรวงพูดเป็นเสียงเดียวกัน ประเด็นสำคัญของเราคือ ข้อตกกลงหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงผ่านการเจรจา ไม่ใช่มาจากการประกาศโดยที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีมาตรการตรวจสอบอย่างไร

หารือ 3 ฝ่าย จีน-ไทย-กัมพูชา ที่มณฑลยูนนานของจีน / AP

๐พูดได้ไหมว่าตอนนี้การทูตได้แสดงบทบาทอย่างที่ควรจะเป็นแล้วในการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา

ใช่ ในช่วงแรกๆ มันก็ลำบากเพราะตอนนั้นมันเป็นเรื่องของการสู้รบ ฝ่ายกัมพูชาไม่พร้อมที่จะเจรจา เราค่อยๆ ลดแรงกดดันในเวทีระหว่างประเทศด้วยการอธิบายให้เห็นภาพที่เกิดขึ้น ตลอดเวลาสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการแถลงเพื่อสื่อสารต่อสังคม และสื่อสารต่อประชาคมโลก ขณะเดียวกันก็ได้มีการบรีฟคณะทูตในไทยอยู่ตลอดว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพื่อให้เขาสามารถรายงานกลับไปได้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด ไม่ว่าผมจะไปร่วมประชุมที่ไหนก็จะพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง เพื่อที่อย่างน้อยประเทศที่เข้าร่วมการประชุมก็จะได้รับทรามุมมองของไทย

ต้องยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่คนไม่มั่นใจในกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ฉะนั้นส่วนหนึ่งก็คือจะต้องทำให้คนมั่นใจว่าเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร และรักษาผลประโยชน์ของไทย ถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ก็ช่วยทำให้คนรู้สึกว่า กต. ออกมาปกป้องศักดิ์ศรี ไม่หน่อมแน้ม

การทูตนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ในประเทศ โดยต้องให้คนมั่นใจว่า กต.ไม่ได้ดำเนินการทูตโดยมุ่งแต่การเจรจา เราต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนและศักดิ์ศรีของประเทศด้วย ประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีของประเทศนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญของคนไทย

ผมได้พูดในที่ประชุมอาเซียนว่า กัมพูชาไม่เคยแสดงความจริงใจในการเจรจาโดยมีการกดดันไทยในเวทีการประชุมต่างๆ และไม่มีประเทศไหนที่อดีตผู้นำปล่อยคลิปเสียงซึ่งเป็นการพูดคุยหารือกันแบบส่วนตัวเพื่อล้มล้างรัฐบาลของอีกฝ่าย หรือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของอีกประเทศ

สีหศักดิ์กล่าวถ้อยแถลงในเวที UNGA

๐คิดว่าตอนนี้อาเซียนมองว่าเรากับกัมพูชาเป็นปัญหาของอาเซียนไหม

ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักว่า บางครั้งเขาก็มองว่าปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของอาเซียน ตรงนี้ก็เป็นปัจจัยที่เราก็ต้องหาทางที่จะก้าวพ้นความขัดแย้งไปให้ได้ แต่ก็ต้องเป็นการก้าวพ้นแบบยั่งยืน เพราะสิ่งที่อาเซียนพูดด้วยความภูมิใจตลอดมาคือภูมิภาคเราเป็นภูมิภาคที่สงบ ถ้าเรื่องกัมพูชายุติก็จะได้ไม่มาเป็นเหมือนเงาดำที่บดบังการดำเนินกิจการทุกอย่างของไทย และจะทำให้เราดำเนินนโยบายการทูตเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

๐นอกจากปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องกัมพูชา ประเด็นอื่นที่ตั้งใจขับเคลื่อนคืออะไรบ้าง

เรื่องเมียนมาเป็นปัญหาเฉพาะหน้ามากยิ่งขึ้นเพราะเมียนมามีการเลือกตั้ง สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปนี้อาจทำให้ฉันทมติ 5 ข้อของผู้นอาเซียนอาจไม่เท่าทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ที่สุดแล้วมันต้องกลับสู่การพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาว่า ถ้าเขามีพัฒนาการไปข้างหน้า เราจะค่อยๆ เอาเมียนมากลับเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน ถ้าบางประเทศในอาเซียนรับรอง บางประเทศเฉยๆ บางประเทศบอกชัดเจนว่าจะไม่รับรองการเลือกตั้ง นี่ก็จะเป็นปัญหาของอาเซียน เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า นโยบายต้องเดินคู่ขนาน ส่วนหนึ่งคือต้องการผลักดันให้เมียนมาเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ และก็เป็นโอกาสที่เราจะช่วยเขาเจรจากับชนกลุ่มน้อย

สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือเราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน จะอย่างไรเราก็มีผลประโยชน์กับเมียนมาที่ทำให้เราต้องเข้าไปดูแล เพราะการสู้รบอาจทำให้มีการทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัยมายังไทย ปัญหายาเสพติด ไหนจะเรื่องมลพิษ PM 2.5 เรื่องเหมือง และยังมีเรื่องการค้าชายแดน นี่คือความจำเป็นในฐานะของประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคง ยังมีเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย ถ้าความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านไม่ดี จะทำให้ภูมิภาคของเราไม่มีสันติภาพ ใครเขาจะอยากมาลงทุนหรือจะมีความมั่นใจในประเทศไทย ถ้าเราบอกว่าเราอยากจะเอาประเทศไทยกลับสู่บทบาทเวทีโลก แต่เราไม่สามารถแก้ไขปัญหากับเพื่อนบ้านได้ จะไปพูดที่ไหนแล้วจะมีน้ำหนัก ฉะนั้นก็ต้องแก้ไขที่เพื่อนบ้านก่อน

อีกเรื่องที่เรากำลังเดินหน้าคือเรื่องเศรษฐกิจ ขณะนี้กำลังร่างแผนเศรษฐกิจให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรที่ไหนอย่างไร เน้นเรื่องเศรษฐกิจที่ไปสู่เทคโนโลยี เศรษฐกิจเขียว และดิจิทัล เพราะขณะนี้ทุกประเทศต้องแสวงหาตลาดใหม่ อย่างน้อยมันก็ต้องมีทิศทาง

ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งฟื้นความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจต่างๆ ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างจีน-สหรัฐ ทำให้เราต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายๆ ประเทศ เพื่อให้เราสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางความผันผวนในโลก

เรื่องสแกมเมอร์ที่เราได้จัดประชุมนานาชาติไปแล้ว เราจะต้องแสดงให้เห็นว่าการประชุมนี้ต้องมีผลที่ตามมาและเราทำมันอย่างจริงจัง

ไทยร่วมกับ UNODC จัดประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเในดือนธันวาคม 2568

๐การเข้าสู่การเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศอย่างไรบ้าง

ถ้าการเมืองเรายังไม่นิ่ง การจะดำเนินนโยบายต่างๆ ก็อาจจะทำได้ยาก ในการดำเนินการทูตโดยหลักๆ แล้ว พลังอำนาจต่างๆ ที่จะมาได้ขึ้นอยู่กับกิจการภายในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงภายในประเทศ การเมืองที่มั่นคง ประเด็นที่สองคือใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่นาน การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อยทำให้ความต่อเนื่องของนโยบายเราติดขัด เพราะมีการเปลี่ยนนโยบายตามรัฐบาลที่เปลี่ยนกันอย่างรวดเร็ว

ประเด็นหลักๆ ที่ทำให้ประเทศของเราไม่ไปไหนคือความต่อเนื่องของนโยบายทางการเมือง ดั้งนั้นการที่เราจะทำอะไรต่อไปต้องมาจากการมีรัฐบาลที่มั่นคงและมีความต่อเนื่อง กระทรวงต่างประเทศก็ต้องแสดงบทบาทที่เป็นที่ยอมรับเพื่อที่จะสามารถทำให้ผลักดันภารกิจต่างๆ ได้มากขึ้น ในปัจจุบันเรามีเพียงรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถดำเนินกิจการอะไรต่างๆ ได้มากนัก และถือว่าอยู่ในช่วงสุญญากาศทางการเมือง ดังนั้นต้องผ่านในช่วงนี้ไปก่อน อะไรที่กระทรวงต่างประเทศสามารถทำได้ในตอนนี้เราก็พยายามดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ ส่วนการพูดคุยกันในเรื่องใหม่ๆ ก็อาจจะต้องพักไว้ก่อน