
บึ้มเขย่าเมืองหลวงเวเนซุเอลา อ้าง ‘ทรัมป์’ สั่ง เปิดโจมตีภาคพื้นดิน ‘มาดูโร’ จวกจ้องล้ม รบ. หวังฮุบน้ำมัน
เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งเขย่ากรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 02.00 น.ของวันเสาร์ (3 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีกลุ่มควันดำลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าหลายจุดและมีการพบเห็นอากาศยานบินอยู่เหนือกรุงการากัส ตามการรายงานของผู้สื่อข่าวรอยเตอร์และภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ยังเกิดไฟดับในพื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองใกล้กับฐานทัพทหารใหญ่แห่งหนึ่ง
เบื้องต้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนในทันทีว่าอะไรเป็นสาเหตุของความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้นครั้งนี้หรือเกิดขึ้นในจุดใดที่แน่ชัด และรอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียได้ในทันที
ต่อมารอยเตอร์รายงานว่า เหตุระเบิดโจมตีหลายครั้งสั่นสะเทือนทั้งกรุงการากัสและที่อื่นๆ ส่งผลให้รัฐบาลมาดูโรประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติและเคลื่อนกำลังทหารเข้าประจำการ การโจมตียังเกิดขึ้นในรัฐมิแรนดา รัฐอารากัวและรัฐลากัวอิรา โดยเสียงระเบิดโจมตี การปรากฎของเครื่องบินและกลุ่มควันเหนือท้องฟ้าเริ่มเกิดให้เห็นตั้งแต่เวลาตี 2 ตามเวลาท้องถิ่น นานราว 90 นาที

เหตุระเบิดโจมตีเขย่ากรุงการากัสครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐอเมริกาที่ปะทุคุกรุ่นขึ้นก่อนหน้านี้ หลังจากกองทัพสหรัฐได้โจมตีเรือต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดหลายลำในน่านน้ำสากลในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้กับประเทศเวเนซุเอลาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 90 ราย
การโจมตีเรือดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าสหรัฐอาจเริ่มทำการโจมตีภาคพื้นดินต่อเวเนซุเอลาในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังได้ประกาศห้ามเรือที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรทั้งหมดเข้า-ออกน่านน้ำเวเนซุเอลา ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการกดดันประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาของรัฐบาลทรัมป์

ล่าสุด สำนักข่าวบีบีซีและซีบีเอสอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้สั่งการให้โจมตีในเวเนซุเอลา รวมถึงสถานที่ทางทหาร
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้คำมั่นหลายครั้งว่าจะดำเนินปฏิบัติการภาคพื้นดินในเวเนซุเอลา แม้จะยังไม่เปิดเผยเป้าหมายอย่างเป็นทางการ รอยเตอร์รายงานว่าดูเหมือนจะเป็นการกดดันเป็นการส่วนตัวให้ประธานาธิบดีมาดูโร ของเวเนซุเอลา หนีออกจากประเทศไป เมื่อวันจันทร์ (29 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ออกมากล่าวว่า การลงจากอำนาจของมาดูโรจะเป็นการตัดสินใจที่ “ชาญฉลาด”
กระทรวงกลาโหมของสหรัฐปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้และโยนคำถามต่อไปยังทำเนียบขาวซึ่งปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเช่นกัน
ด้านประธานาธิบดีมาดูโรได้กล่าวหารัฐบาลทรัมป์ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเวเนซุเอลาเพื่อที่จะถึงเข้าถึงแหล่งน้ำมันอันมหาศาลของประเทศ

ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบีย ชาติเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลา ได้โพสต์บน X ระบุว่า “ขณะนี้พวกเขากำลังทิ้งระเบิดถล่มการากัส ขอแจ้งเตือนทุกคน พวกเขาได้โจมตีเวเนซุเอลา พวกเขากำลังทิ้งระเบิดด้วยขีปนาวุธองค์การรัฐอเมริกัน (โอเอเอส) และสหประชาชาติต้องประชุมฉุกเฉินทันที”
ผู้นำโคลอมเบีย ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือระบุแหล่งที่มาของข้อกล่าวอ้างของเขา ยังได้ย้ำจุดยืนในการคัดค้านการรณรงค์กดดันเวเนซุเอลาของสหรัฐมาโดยตลอด
ทั้งนี้กองทัพสหรัฐได้เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคนี้ รวมถึงส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบและเครื่องบินขับไล่ขั้นสูงไปประจำการในทะเลแคริบเบียน และนอกเหนือจากการประกาศปิดล้อมแล้ว ทรัมป์ยังได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรและสั่งโจมตีเรือมากกว่า 20 ลำที่สหรัฐกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ายาเสพติดในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริบเบียน ซึ่งพัวพันกับเวเนซุเอลา
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้โจมตีพื้นที่หนึ่งในเวเนซุเอลาที่มีเรือบรรทุกยาเสพติด ซึ่งถือเป็นการรับรู้เป็นครั้งแรกว่าสหรัฐได้ปฏิบัติการภาคพื้นดินในเวเนซุเอลานับจากเริ่มการรณรงค์กดดันเวเนซุเอลา ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าการโจมตีเหล่านั้นดำเนินการโดยสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) หรือไม่ แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่าหน่วยงานข่าวกรองอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการเหล่านี้
ความตึงเครียดระอุขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวหาเวเนซุเอลา ประเทศร่ำรวยทรัพยากรน้ำมันในภูมิภาคอเมริกาใต้ ได้ทำให้ยาเสพติดหลั่งไหลเข้าไปก่อปัญหาในสหรัฐ โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยังได้ทิ้งระเบิดโจมตีเรือหลายลำที่มีต้นทางจากเวเนซุเอลาซึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนยาเสพติด หลายประเทศได้ประณามการโจมตีดังกล่าวของสหรัฐว่าเป็นการวิสามัญฆาตกรรม ขณะที่รัฐบาลมาดูโรปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
