หน้าแรก ต่างประเทศ ศ.ดร.ธเนศ วิเ...

ศ.ดร.ธเนศ วิเคราะห์ปมถล่มเวเนฯ ชี้ งานนี้ ‘ทรัมป์ยิงนกได้หลายตัว’

4.01.26 | 16:22 น.

สืบเนื่องกรณี สหรัฐปฏิบัติการทางทหารจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรแห่งเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา โดยนำตัวประธานาธิบดีและภรรยาไปยังนครนิวยอร์ก

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ต่อกรณีดังกล่าว โดยเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความงุนงงให้คนจำนวนมาก เพราะคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยยิงถล่มเรือของเวเนซุเอลาโดยอ้างว่าบรรทุกยาเสพติดมาแล้ว แต่โจทย์ที่ถูกถามกันมากคือ สหรัฐทำเช่นนั้นทำไม มาจากประเด็นยาเสพติดจริงหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นอีก ซึ่งล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ก็เปิดเผยถึงการเตรียมเข้าบริหารจัดการน้ำมันโดยบริษัทอเมริกันด้วย

“คนก็งง เพราะคิดไม่ถึง แต่วงในบอกว่ามีการทราบอยู่เลาๆ แล้ว เนื่องจากช่วง 1 เดือนก่อน สหรัฐไปยิงถล่มเรือที่อ้างว่าบรรทุกยาเสพติด จริงบ้างไม่จริงบ้าง ไม่มีหลักฐาน แต่มีการดำเนินการเช่นนี้หลายครั้งจนผิดสังเกต ว่าถ้าทำขนาดนั้น คงไม่จบแค่นั้น สุดท้ายมีการโจมตีเวนาซุเอลา และบุกจับประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่งานนี้ถือว่าหน่วยรบพิเศษเดลต้าฟอร์ซ (Delta Force) ของสหรัฐที่ผ่านการฝึกมาอย่างเขม็ง ได้ข้อมูลมาละเอียดมาก รู้กระทั่งเซฟเฮาส์ของมาดูโรอยู่ที่ไหน ตามเข้าไปถึงในห้องแล้วลากตัวออกมาจนได้ หนีไม่ทัน แต่ก็มีตัวอย่างในครั้งจับ บิน ลาเดน มาแล้ว จึงใช้แผนที่เคยทำ

ปัญหาคือ ทำไปทำไม นี่คือโจทย์คนที่ถามกันมาก ทรัมป์เองก็ไม่ปิดบัง บอกว่า ช่วงนี้จะบริหารประเทศนี้ไปพลางๆก่อนที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่จะเปลี่ยนอย่างไร เราก็ยังไม่รู้ แต่ระหว่างนี้สหรัฐก็จะจัดการบริหารน้ำมันด้วย ส่วนที่บอกว่าทำไปเพราะเรื่องยาเสพติดก็เป็นสิ่งที่ได้ยินกันมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์บอกด้วยว่า เวเนซุเอลาจัดการน้ำมันไม่ดี บริษัทอเมริกันภายใต้การดูแลของสหรัฐจะเข้าไปทำให้มีประสิทธิภาพ และยังประกาศว่า จะสร้างความมั่งคั่งให้กับคนเวเนซุเอลา โดยใช้ศัพท์ของตัวเองเลย ว่า make Venezuela great again

เพราะฉะนั้น ข้อสันนิษฐานที่ว่าสหรัฐโจมตีเวนซุเอลา เพราะผลประโยชน์เรื่องน้ำมัน เป็นเรื่องจริง หรืออาจจะรวมอย่างอื่นด้วย ซึ่งคงมีหลายอย่าง” ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กล่าว

Advertisement

ศ.ดร.ธเนศ  กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จีนเพิ่งไปจับมือเจรจากับมาดูโร ว่าจีนจะซื้อน้ำมัน 80% เป็นลูกค้ารายใหญ่ เพราะฉะนั้น งานนี้ทรัมป์ยิงนกได้หลายตัว กล่าวคือ นำมาดูโรออกจากตำแหน่ง และยังได้บ่อน้ำมัน รวมถึงเป็นการสกัดจีนซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงรัสเซียด้วย

“ทั้งหมดคือ การทำให้แง่ของความมั่นคง บทบาทระหว่างระหว่างประเทศของจีนและรัสเซียหงอยไปเลย พวกนี้ก็ต้องปรับตัว พูดง่ายๆ คือเป็นการสู้กันทุกระดับ ทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค รวมถึงระดับโลก งานนี้ทรัมป์เอาแรงมาก”  ศ.ดร.ธเนศ กล่าว

เมื่อถามว่า การโจมตีครั้งนี้ จะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยหรือไม่ โดยมีผู้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามอเมริกากลาง

ศ.ดร.ธเนศ ตอบว่า ก็มีคนคิดเช่นนั้น ว่าทรัมป์ไม่น่าจะหยุดแค่นี้ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแต่ละประเทศ

“ตัวละครแบบมาดูโร ไม่มีแล้ว ถ้าจะมีก็ที่บราซิล คิวบา ซึ่งสหรัฐไม่ค่อยชอบหน้า แต่พวกนั้นมีความมั่นคง ต่างจากมาดูโร ที่มีฝ่ายค้านเยอะทั้งในและนอกประเทศ เพราะฉะนั้น เมื่อนำมาดูโรลงจากตำแหน่ง คนก็พูดไม่ออก ไม่มีใครกล้าวิจารณ์ ขณะที่ประเทศอื่นๆไม่น่าจะมีอย่างนี้แล้ว จึงคิดว่า ไม่น่าจะขยายต่อไป อย่างไรก็ตาม แค่นี้ก็ส่งสัญญาณ ทำให้หลายประเทศต้องลดระดับ แต่คอมเมนต์ของทรัมป์ในช่วงเช้าวันนี้ (4มกราคม) ที่ คนมองว่าน่าหวาดเสียวคือ ทรัมป์โยงไปที่อิหร่าน โดยเตือนว่าถ้ายังฆ่าผู้ประท้วง สหรัฐจะลงมือ พูดตรงๆคือ เข้าไปแทรกแซง แสดงว่าจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง เหมือนที่อ้างมาดูโรว่าไม่ซื่อ เพราะฉะนั้น กับอิหร่านก็เหมือนกัน และสหรัฐก็เคยถล่มอิหร่านมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นคงมีข้อมูลอยู่แล้วว่าจะจัดการอย่างไร นี่คือเรื่องที่น่าหวาดเสียว” ศ.ดร.ธเนศ กล่าว

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะขยายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ศ.ดร.ธเนศ ตอบว่า ไม่น่าจะถึง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น สหรัฐก็พังเช่นกัน หากเกิดสงครามโลกหมายความว่า ประเทศใหญ่ๆ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ ถ้าประเทศหนึ่งใช้ อีกประเทศก็ต้องใช้ คือ พังทุกประเทศ เพราะฉะนั้น ต้องรบเป็น Proxy War คือ สงครามตัวแทน สงครามเฉพาะกลุ่ม เฉพาะประเด็น อย่างคราวนี้สหรัฐอ้างเรื่องยาเสพติดนั่นเอง