รูบิโอยัน มะกันไม่เข้าบริหารเวเนฯ แค่คุม ‘ค้า-ขนส่ง’ น้ำมัน ชี้คนตีความคำพูดทรัมป์ผิด
นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 4 มกราคมว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่เข้าไปปกครองและบริหารเวเนซุเอลาในชีวิตประจำวันนอกเหนือไปจากการเข้าควบบคุมการค้าและการขนส่งน้ำมัน ให้เป็นไปภายใต้มาตรการที่มีอยู่แล้วกับเวเนซุเอลา ซึ่งถือเป็นการพลิกท่าทีจากคำประกาศของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า สหรัฐจะเข้าบริหารเวเนซุเอลาหลังจากได้ทำการโค่นล้ม ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ออกจากอำนาจ และพาตัวไปขึ้นศาลในสหรัฐ
ถ้อยคำของรูบิโอในการให้สัมภาษณ์รายการทอล์กโชว์ทางโทรทัศน์ ดูเหมือนจะมีเป้าหมายเพื่อลดความกังวลที่ว่าการดำเนินการของสหรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา อาจนำไปสู่การแทรกแซงการเมืองในเวเนซุเอลาที่ยืดเยื้อ หรือความพยายามสร้างชาติที่ล้มเหลวอีกครั้ง คำพูดของรูบิโอแตกต่างจากคำกล่าวอ้างกว้างๆ แต่คลุมเครือของทรัมป์ ที่บอกว่าสหรัฐจะบริหารเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว ซึ่งส่อให้เห็นถึงว่าการปกครองเวเนซุเอลาจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ
รูบิโอให้มุมมองที่ละเอียดรอบคอบมากขึ้น โดยกล่าวว่าสหรัฐจะยังคงบังคับใช้มาตรการควบคุมน้ำมันได้ดำเนินการอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่มาดูโรจะถูกถอดจากอำนาจในช่วงเช้าวันที่ 3 มกราคม และจะใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายในเวเนซุเอลา
“นั่นคือการควบคุมในแบบที่ประธานาธิบดีหมายถึงเมื่อพูดเช่นนั้น เราจะดำเนินการควบคุมนี้ต่อไป และคาดว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ในวิธีการดำเนินงานของอุตสาหกรรมน้ำมันให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยุติการค้ายาเสพติดด้วย” รูบิโอกล่าวในรายการ “Face the Nation” ของสถานี CBS
รูบิโอยังบอกด้วยว่า การปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งบางลำถูกสหรัฐยึดไว้แล้วก็ยังคงมีอยู่ นั่นเป็นอำนาจต่อรองอย่างมหาศาลและจะยังคงอยู่ต่อไปจนกว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เพียงแต่ส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนชาวเวเนซุเอลาด้วย
ในการแถลงข่าวครั้งแรกหลังปฏิบัติการช็อกโลกบุกจับกุมมาดูโรกลางกรุงการากัส ทรัมป์ประกาศคำมั่นว่าสหรัฐจะเข้าไปบริหารเวเนซุเอลา ซึ่งเขาพูดซ้ำมากกว่า 6 ครั้งในการแถลงข่าวที่รัฐฟลอริดา ทำให้ความกังวลในพรรคเดโมแครตบางส่วน และยังสร้างความไม่สบายใจให้กับกลุ่มหนึ่งในพรรครีพับลิกันเอง รวมถึงฐานเสียงแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่ต่อต้านการแทรกแซงในต่างประเทศ รวมถึงจากผู้สังเกตการณ์ที่ย้อนคิดความพยายามสร้างชาติในอิรักและอัฟกานิสถานในอดีต
รูบิโอปฏิเสธเสียงวิจารณ์เหล่านั้น โดยกล่าวว่าเจตนาของทรัมป์ถูกเข้าใจผิด โดยระบุว่า “กลไกนโยบายต่างประเทศทั้งหมดคิดว่าทุกอย่างเป็นเหมือนลิเบีย ทุกอย่างเป็นเหมือนอิรัก ทุกอย่างเป็นเหมือนอัฟกานิสถาน นี่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง และภารกิจของเราที่นี่แตกต่างออกไปมาก นี่คือซีกโลกตะวันตก” รูบิโอกล่าว
รูบิโอยังบอกด้วยว่า สหรัฐจะให้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชาของมาดูโรที่กำลังบริหารประเทศอยู่ในขณะนี้ เราจะตัดสินทุกอย่างจากสิ่งที่พวกเขาทำ และแม้เขาจะไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในเวเนซุเอลา แต่รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐซึ่งได้สร้างเสริมกำลังในภูมิภาคนี้แล้ว มีศักยภาพเพียงพอในการสกัดกั้นเรือขนยาเสพติดและเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรได้
หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะบริหารประเทศนี้ไปจนกว่าจะถึงเวลาที่เราสามารถทำการเปลี่ยนผ่านได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ” ต่อมาเขาชี้ไปยังทีมความมั่นคงแห่งชาติที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา รวมถึงรูบิโอ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และกล่าวว่าจะดำเนินการเช่นนั้นระยะหนึ่งโดย “คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมตรงนี้ เราจะเป็นผู้บริหาร เราจะฟื้นฟูประเทศนี้กลับมา”
ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากสิ่งที่ทรัมป์กล่าวไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม

