ปธน.โสมขาว เยือนแดนมังกร พบ สี จิ้นผิง หวังฟื้นความสัมพันธ์
ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ มีแผนที่จะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสองชาติ โดยการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำของทั้งสองจะเกิดขึ้นวันที่ 5 ธันวาคม นอกจากประเด็นเรื่องความมั่นคงในภูมิภาคแล้ว ประเด็นที่คาดว่าจะหารือกันยังรวมถึงการสั่งแบน K-Pop แบบไม่เป็นทางการของจีน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งที่สองของทั้งสองผู้นำ หลังการเยือนเกาหลีใต้ของสี จิ้นผิง ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปค
ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะการที่จีนและญี่ปุ่นเกิดความขัดแย้งทางการทูตอย่างรุนแรง เกี่ยวกับวาทกรรมของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ระบุว่า ญี่ปุ่นอาจตอบโต้ทางทหารหากจีนโจมตีไต้หวัน ซึ่งทำให้จีนขุ่นเคืองอย่างหนัก เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกาหลีใต้ ในฐานะผู้เล่นสำคัญของภูมิภาค ต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การเดินทางเพื่อหารือกับจีนครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญของประธานาธิบดีอี แจมยอง ในการหารือเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งดังกล่าว และเขายังกล่าวกับชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในปักกิ่งว่า การเยือนจีนครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และจีน ให้กลับสู่สภาวะปกติพร้อมทั้งยกระดับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น
นอกเหนือจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการพยายามเปิดประตูเจรจาทางการทูตกับเกาหลีเหนือซึ่งยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ซึ่งประธานาธิบดีอี แจมยอง หวังว่าจีนจะช่วยเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยอมยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเขา เพราะนอกเหนือจากรัสเซียแล้ว จีนถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเกาหลีเหนือทั้งในแง่เงินทุนและการเมือง ทั้งยังมีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับข้อจำกัดอย่างไม่เป็นทางการของจีนต่อเพลง K-pop และละคร K-drama ที่ไม่สามารถหาดูได้หรือเข้าถึงได้ยากในแพลตฟอร์มโซเชียลของจีน
ที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีใต้ พยายามที่จะรักษาสมดุลทางการทูตกับญี่ปุ่นและจีนอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างทั้งสองชาติ โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดี อี แจมยอง มีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ เพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 2 มกราคม นายวี ซองลัก ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้ ยืนยันว่า เกาหลีใต้ยังคงเคารพนโยบาย “จีนเดียว” ของรัฐบาลจีนด้วยเช่นเดียวกัน
การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตกต่ำลงอย่างมากในยุคอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีท่าทีที่แข็งกร้าวและได้วิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างรุนแรงมาโดยตลอด

