หน้าแรก ต่างประเทศ ดุลยภาค เชื่อ...

ดุลยภาค เชื่อ ทรัมป์ยอมไม่ได้ ชิงตัดไฟแต่ต้นลม หลังเวเนฯสนิท ‘จีน-รัสเซีย’ ยกคำสื่อมะกัน ‘ลัทธิดอนโร’ สยายปีก

5.01.26 | 18:31 น.

ดุลยภาค เชื่อ ทรัมป์เอาผลประโยชน์ ‘ภูมิรัฐศาสตร์-ภูมิเศรษฐศาสตร์’ เป็นตัวตั้ง ชี้ เวเนซุเอลา คลังน้ำมันล้นเหลือ ช่วงหลังสนิทจีน-รัสเซียเกิน ชนชั้นนำเวเนฯ แหวกธรรมเนียมปฏิบัติ สหรัฐยอมไม่ได้ ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ทำ ‘ลัทธิดอนโร’ สยายปีก 

สืบเนื่องกรณี สหรัฐปฏิบัติการทางทหารจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรแห่งเวเนซุเอลาโดยนำตัวประธานาธิบดีและภรรยาไปยังนครนิวยอร์ก

เมื่อวันที่ 5 มกราคม รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะมาจากสาเหตุด้านผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์เป็นตัวตั้ง คือ กล่าวคือ เวเนซุเอลาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมัน และควรจะอยู่ใต้เขตอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาเต็มๆ เพราะอยู่ในทวีปอเมริกา ขณะที่นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ เน้นความเป็นเจ้าในทวีปอเมริกาอยู่แล้ว ปฏิบัติการแบบนี้จะทำให้สหรัฐแสดงอำนาจออกมาได้มากขึ้น เหมือนกับที่อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และเรแกน เคยทำไว้

“การเข้าไปจัดการกับเรื่องของคลังน้ำมัน ทรัพยากรน้ำมัน ซึ่งมีอย่างล้นเหลือในเวเนซุเอลา จะทำให้สหรัฐได้ประโยชน์มากในเชิงอำนาจทางเศรษฐกิจ และเวเนซุเอลาไปสนิทกับรัสเซียและจีนมากเกินไปในระยะหลัง ซึ่งรัสเซียกับจีน ถ้าเข้าหาเวเนซุเอลา คือเข้ามาที่ประตูหลังบ้าน สหรัฐก็ยอมไม่ได้ก็ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คิดว่านี่เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนัก” รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว

รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องยาเสพติด เป็นประเด็นรอง แต่เป็นสิ่งที่สหรัฐให้ความสำคัญ จะเห็นว่าในโวหารของสหรัฐที่ไปแสดงในระเบียบโลกในที่ต่างๆ จะต่อต้านในเรื่องของการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ เรื่องยาเสพติด เรื่องความเป็นรัฐอันธพาล ซึ่ง ‘ระบอบมาดูโร’ อยู่ในคำแถลงหรือแนวนโยบายของสหรัฐในเวทีระหว่างประเทศอยู่แล้ว

Advertisement

เมื่อถามถึงข้อสันนิษฐานในทำนองว่าสหรัฐไม่พอใจที่เวเนซุเอลาไม่ยอมใช้ดอลลาร์สหรัฐ รศ. ดร.ดุลยภาค ตอบว่า ตนไม่มีข้อมูลส่วนนี้ แต่ก็บ่งชี้ได้อย่างหนึ่งว่า ระบอบการเมืองหรือชนชั้นนำที่ปกครองเวเนซุเอลาอยู่ค่อนข้างกระด้างกระเดื่อง หรือนอกคอก แหวกธรรมเนียมปฏิบัติ อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

“ฉะนั้นสหรัฐอเมริกาก็จำเป็นที่จะต้องไปลักพาตัว ไปจับกุมผู้นำคนนี้มา เพื่อให้เกิดช่องว่างทางการเมืองอันจะนำไปสู่การเปลี่ยนระบอบการเมือง แล้วสหรัฐก็สามารถอ้างได้ว่าที่เข้าไปกระทำการปลดประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เพื่อจะให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยมากขึ้น การที่เขาพูดแบบนี้เท่ากับว่าเป็นการทำ Regime Change เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งจะเห็นว่าท่าทีของนานาชาติบางประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปจะก้ำๆกึ่งๆ ว่า ส่วนหนึ่งก็อยากจะประนามสหรัฐ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นข่าวดีพอควรที่จะสามารถทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น คนเวเนซุเอลาโพ้นทะเลที่ไม่พอใจระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ ก็ดันชื่นชมการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงว่าตรงนี้มีหลายเหตุผล คือเรื่องของน้ำมัน เรื่องเวเนซุเอลาควรจะเป็นประตูหลังบ้านของสหรัฐจริงๆ ไม่ต้องมีจีนกับรัสเซียแทรกเข้ามา และเหตุผลเรื่องการจัดการกับรัฐอันธพาล รัฐยาเสพติด และทำให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนสู่ประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งสหรัฐจะอ้างข้อหลังประมาณหนึ่งและหลายประเทศจะไม่กล้าว่าสหรัฐมาก” รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว

เมื่อถามถึงสถานการณ์ในอนาคต ว่าจะลุกลามหรือไม่  รศ. ดร.ดุลยภาค ตอบว่า ตนคิดว่าจะทำให้เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในทวีปอเมริกามากขึ้น หมายถึงเขตอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และทะเลแคริบเบียน

“อยากให้ย้อนกลับไปดูนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ที่ประกาศว่าจะทำให้สหรัฐเป็นเจ้าแห่งทวีปอเมริกา คือ Making America Great Again และ America First หมายถึงว่าจะต้องทำให้อิทธิพลของสหรัฐแน่นขึ้นในพื้นที่หลังบ้าของเขา ลองสังเกตว่าสหรัฐอยากจะซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก เข้าควบคุมคลองปานามา เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก กดดันเม็กซิโกมากขึ้น และเรื่องของเวเนซุเอลาซึ่งเขาถล่มจากแนวฟลอริดาข้ามหัวคิวบาไปปฏิบัติการพิเศษในเวเนซุเอลา ฉะนั้น มันจะทำให้เกิดผลกระทบตามมา การสยายปีกของลัทธิดอนโรจะเข้ามา ก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ บวก มอนโร

“ย้อนไปเมื่อ 200 ปีที่แล้วโดยประมาณ อดีตประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร ของสหรัฐอเมริกาเคยประกาศลัทธิมอนโรคือสหรัฐต้องเป็นเจ้าควบคุมอเมริกาทั้งทวีป ยุโรปห้ามสอดเข้ามา ทรัมป์เองก็ทำแบบนี้เหมือนกัน เลยมีการแซวกันในสื่ออเมริกันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ บวก มอนโร เป็นลัทธิดอนโร ผมมองว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความตึงเครียด ก็คงมีบางประเทศต้อนรับการขยายอิทธิพลของสหรัฐ แต่บางประเทศก็คงต่อต้านจีนกับรัสเซีย ซึ่งไม่ได้อยู่ในทวีปนี้แต่สอดเข้ามาแล้วทำให้อเมริกาไม่มั่นคง ก็ต้องจับตาดูท่าทีว่าจีนกับรัสเซียจะดันเวเนซุเอลาต่อไปในรูปแบบไหน” รศ. ดร.ดุลยภาค ทิ้งท้าย