มาดูโรประกาศกลางศาลมะกัน ‘ผมยังเป็นปธน.เวเนฯ’ ปฏิเสธค้ายา นัดไต่สวน 17 มี.ค. (ภาพชุด)
ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ซึ่งถูก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้หน่วยทหารพิเศษบุกจับจากกรุงการากัส ถูกนำตัวไปขึ้นศาลสหรัฐเมื่อวันที่ 5 มกราคม โดยเขาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐที่ระบุว่ามีความผิดในคดียาเสพติด และยังคงประกาศว่า ตนเองยังเป็นประธานาธิบดีของประเทศเวเนซุเอลา
มาดูโร วัย 63 ปี สวมชุดนักโทษมาขึ้นศาล เขารับฟังคำฟ้องผ่านหูฟังและล่ามในศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน มาดูโรกล่าวว่า “ผมถูกลักพาตัวโดยใช้กำลังทหาร” ก่อนที่จะถูกกล่าวขัดจังหวะโดย อัลวิน เฮลเลอร์สไตน์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ เมื่อถูกตามถึงการให้การต่อข้อกล่าวหาในภายหลัง มาดูโรกล่าวว่า “ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ได้มีความผิด ผมเป็นคนดี และผมยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศผม”
ด้าน ซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของมาดูโร ก็ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยศาลกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 17 มีนาคม
มาดูโรซึ่งถูกมัดมือด้วยสายรัด และภรรยา ถูกคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธในชุดยุทธวิธี จากศูนย์กักกันในบรูคลิน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตัน

ผู้พิพากษาเริ่มการพิจารณาคดีเวลา 12.02 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยสรุปข้อกล่าวหาในคำฟ้อง ขณะที่มาดูโรซึ่งถูกล่ามโซ่ที่ข้อเท้าและสวมชุดนักโทษสีส้ม-เบจ รับฟังผ่านล่าม
ผู้พิพากษาสั่งให้มาดูโรยืนขึ้นเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งเขาตอบเป็นภาษาสเปน และแจ้งให้ทั้งสองทราบถึงสิทธิในการติดต่อสถานกงสุลเวเนซุเอลา
อัยการระบุว่า มาดูโรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมาตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติในปี 2000 ต่อเนื่องถึงช่วงที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และหลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2013 ต่อจากอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ
แบร์รี พอลแล็ก ทนายของมาดูโร คาดการณ์ว่าจะมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อและซับซ้อนเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การลักพาตัวโดยกองทัพ” โดยระบุว่าขณะนี้มาดูโรยังไม่ได้ร้องขอการประกันตัว แต่อาจทำในภายหลัง
ด้านมาร์ก ดอนเนลลี ทนายของซิเลีย ฟลอเรส กล่าวว่า เธอได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง รวมถึงรอยฟกช้ำรุนแรงบริเวณซี่โครง และได้ร้องขอให้มีการเอกซเรย์และตรวจร่างกายอย่างละเอียด
อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐในนิวยอร์กได้ตั้งข้อหามาดูโรครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 ในคดีค้ายาเสพติดที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาปัจจุบันและอดีต รวมถึงกลุ่มกองโจรโคลอมเบีย โดยคำฟ้องฉบับปรับปรุงที่เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม ได้เพิ่มรายละเอียดใหม่และผู้ต้องหาร่วม รวมถึงภรรยาของเขาด้วย

สหรัฐถือว่ามาดูโรเป็นผู้นำเผด็จการที่ไร้ความชอบธรรม นับตั้งแต่เขาประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2018 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตและมีปัญหาความไม่โปร่งใสอย่างร้ายแรงเป็นวงกว้าง
ระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง มีผู้ประท้วงทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านมาดูโรรวมตัวกันอยู่ด้านนอกศาล
หลังการปรากฎตัวของมาดูโร ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาในกรุงการากัส เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา พร้อมกล่าวสนับสนุนมาดูโร แต่ไม่ได้ประกาศท่าทีว่าจะต่อต้านการกระทำของสหรัฐแต่อย่างใด
“ดิฉันมาด้วยหัวใจที่เจ็บปวดจากการลักพาตัววีรบุรุษสองคนที่กำลังถูกจับเป็นตัวประกัน” โรดริเกซกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าจะพาประเทศเดินหน้าต่อไปท่ามกลางช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นนี้
ทางการเวเนซุเอลาได้ออกคำสั่งฉุกเฉินที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มกราคม สั่งให้ตำรวจค้นหาและจับกุมผู้ใดก็ตามที่สนับสนุนการโจมตีของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา
มาดูโรถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายค้าโคเคน โดยร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงแก๊งซินาโลอาและเซตัสของเม็กซิโก กลุ่มกบฏฟาร์กของโคลอมเบีย และแก๊งอาชญากรรมเตรน เดอ อารากวา ของเวเนซุเอลา

มาดูโรถูกทางการสหรัฐตั้งข้อหาทางอาญา 4 กระทง ได้แก่ การก่อการร้ายผ่านยาเสพติด การสมคบคิดนำเข้าโคเคน และการครอบครองปืนกลรวมถึงอาวุธทำลายล้าง ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด โดยกล่าวว่ามันเป็นเพียงข้ออ้างของลัทธิจักรวรรดินิยมที่ต้องการครอบครองทรัพยากรน้ำมันอันอุดมสมบูรณ์ของเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่เคยปิดบังความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา และในวันจันทร์ หุ้นของบริษัทน้ำมันสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น จากความหวังว่าจะสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันขนาดมหาศาลเหล่านั้นได้

