รูบิโอ-เฮกเซธ ชี้แจงสภาคองเกรส ปมสหรัฐบุกจับ ‘มาดูโร’ ทำอนาคตเวเนฯ คลุมเครือ
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ อาทิ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้ขึ้นชี้แจงแบบปิดต่อสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 5 มกราคม เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาพร้อมกับภรรยาได้เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำลังนำสหรัฐกลับเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคมและการทำสงครามโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส และอนาคตที่ยังคลุมเครือเกี่ยวกับเวเนซุเอลา
การชี้แจงดังกล่าวกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยนอกจากรูบิโอและเฮกเซธแล้ว ยังมีพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมจากกองทัพอากาศ และแพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรม ในการชี้แจง บรรดาผู้นำพรรครีพับลิกันในรัฐบาลสหรัฐมีท่าทีสนับสนุนปฏิบัติการของทรัมป์ที่ขับไล่มาดูโรพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แต่บรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตมาพร้อมกับคำถามต่างๆ เพราะสหรัฐยังไม่ได้ถอนเรือรบออกจากทะเลนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา
นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวภายหลังว่า สหรัฐอเมริกาคาดว่าจะไม่ส่งทหารลงภาคพื้นดินในเวเนซุเอลา และนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงการปกครองแต่เป็นการเรียกร้องให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองเท่านั้น จอห์นสันย้ำอีกว่าสหรัฐจะไม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงใดๆ ไปนอกเหนือจากการบังคับให้มีการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ผู้นำเวเนซุเอลาคนใหม่จะต้องไม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้วยยาเสพติดหรือขนยาเสพติดเข้าไปในสหรัฐอเมริกาอีก
จอห์นสันระบุว่าสหรัฐมีแนวทางที่จะโน้มน้าวให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะสหรัฐสามารถเข้ายึดภาคการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาได้สำเร็จ และคิดว่านั่นจะทำให้เวเนซุเอลามีการปกครองใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้
อย่างไรก็ตาม เจน ชาฮีน วุฒิสมาชิกจากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ของพรรคเดโมแครต ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวุฒิสภา กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐยังมีคำถามให้ตอบอีกมากว่าปฏิบัติการในเวเนซุเอลาทั้งหมดแล้วจะทำให้สหรัฐต้องหมดเงินไปเท่าไหร่ นายมาร์ค วาร์เนอร์ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตในคณะกรรมการด้านข่าวกรองบอกว่าเขาบอกไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนบริหารเวเนซุเอลา หลังทรัมป์เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐอเมริกาจะบริหารเวเนซุเอลาชั่วคราว จนกว่าจะมีการถ่ายโอนอำนาจ
ในสัปดาห์นี้ วุฒิสภาสหรัฐจะมีการโหวตเกี่ยวกับมติอำนาจสงคราม หรือ War Powers Resolution ที่ห้ามไม่ให้สหรัฐดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน เพราะในปฏิบัติการล่าสุดที่สหรัฐโค่นล้มมาดูโร บรรดาผู้นำสภาคองเกรสได้รับแจ้งตอนที่ปฏิบัติการได้เริ่มขึ้นไปแล้ว แม้ว่าสภาคองเกรสจะเป็นฝ่ายเดียวที่มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องสงคราม
ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภากล่าวเตือนว่าการกระทำของทรัมป์ในเวเนซุเอลาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแนวทางด้านนโยบายต่างประเทศที่น่าอันตราย เพราะทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อประเทศโคลอมเบีย คิวบา และกรีนแลนด์ ชูเมอร์กล่าวว่าชาวอเมริกันไม่ได้อยากเห็นการทำสงครามที่ไม่รู้จบอีกครั้ง และการชี้แจงครั้งล่าสุดทำให้เกิดคำถามมากกว่าความชัดเจน
ทั้งนี้ อนาคตของเวเนซุเอลายังคงตกอยู่ในความไม่แน่นอน และไม่มีใครรู้ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อใด แต่ในขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐระบุว่านางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้เป็นผู้สนับสนุนของมาดูโร จะเป็นรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในขณะนี้ ซึ่งโรดริเกซเสนอที่จะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน ทรัมป์มีท่าทีเพิกเฉยต่อมาเรีย คอรินา มาคาโด ผู้นำกลุ่มฝ่ายค้านมาดูโรที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพไปล่าสุด ทรัมป์ให้เหตุผลว่ามาคาโดไม่มีเสียงสนับสนุนและการเคารพมากพอที่จะบริหารประเทศเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตาม นายริค สก็อตต์ วุฒิสมาชิกผู้มีจุดยืนสนับสนุนทรัมป์ บอกว่าเขาจะพูดคุยกับมาคาโดเร็วๆ นี้ และเธอเป็นที่ยอมรับอย่างมากเมื่อดูจากการเลือกตั้งเวเนซุเอลาครั้งล่าสุด และคิดว่าเธอจะได้เป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในที่สุดหากมีการเลือกตั้ง

