โคลอมเบียพร้อมร่วมมือมะกัน ปราบค้ายา ทรัมป์ด้อยค่าคิวบา บอกกำลังล่มสลายเอง
รัฐบาลโคลอมเบียประกาศพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับสหรัฐอเมริกาในการต่อสู้กับการค้ายาเสพติด โดยใช้ข้อมูลข่าวกรองและเทคโนโลยีจากสหรัฐ โดยอาร์มันโด เบเนเดตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโคลอมเบีย กล่าวในคลิปวิดีโอร่วมกับอันเดรส อิดาร์รากา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลเผยแพร่ให้สื่อมวลชนว่า “รัฐบาลโคลอมเบียได้แจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐแล้วว่า เราจะยังคงประสานงานและให้ความร่วมมือกันในการต่อสู้กับการค้ายาเสพติดต่อไป”
เบเนเดตติกล่าวว่า ปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดของโคลอมเบียจะมุ่งเป้าไปที่ห้องปฏิบัติการผลิตยาเสพติด องค์กรอาชญากรรม และค่ายพักของกลุ่มเหล่านั้น ขณะที่อิดาร์รากากล่าวว่า เราจะยังคงเน้นย้ำการต่อสู้กับภัยร้ายนี้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนโคลอมเบีย–เวเนซุเอลา
เมื่อวันที่ 4 มกราคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เรียกประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบียว่าเป็นพวก “ไม่ปกติ” และกล่าวว่าเป็นไปได้ที่สหรัฐจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารในโคลอมเบีย
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐได้บุกเข้าไปในเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ซึ่งถูกพาตัวไปขึ้นศาลสหรัฐในวันจันทร์ ซึ่งมาดูโรได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีก่อการร้ายผ่านการค้ายาเสพติด
โคลอมเบียได้วิจารณ์ถ้อยคำของทรัมป์ดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากกองกำลังสหรัฐเข้ามาการรุกล้ำจริง ก็จะเป็นการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสม
เปโดร ซานเชซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นโอกาสทองในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการค้ายาเสพติด
สหรัฐกำลังกดดันให้โคลอมเบียเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามการค้ายาเสพติด หลังการเพาะปลูกใบโคคา ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตโคเคน เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ด้านรัฐบาลของเปโตรยืนยันว่า ในปี 2025 โคลอมเบียสามารถยึดโคเคนได้ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ รวมเกือบ 1,000 ตัน
ส่วนกรณีของคิวบา ทรัมป์กล่าวว่า คิวบาดูเหมือนกำลังจะล่มสลายด้วยตัวเอง และสหรัฐไม่น่าจะจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงทางทหาร โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ว่า “คิวบากำลังจะหมดสภาพ”

