จับตาสมรภูมิเดือดโลก 2026
ตลอดช่วงปี 2025 เหตุการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน ความขัดแย้งในกาซา สงครามยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่าภูมิรัฐศาสตร์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กำหนดทิศทางสถานการณ์ระหว่างประเทศ เพราะส่งผลกระทบตั้งแต่ความมั่นคงของภูมิภาค ไปจนถึงเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก โดยสถานการณ์เหล่านี้ยังคงร้อนระอุและคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อเนื่องไปถึงปี 2026 จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
๐ช่องแคบไต้หวัน
ความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2025 ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ทวีความรุนแรงขึ้นสูงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยมีตัวละครเพิ่มขึ้นนั้นคือญี่ปุ่นเข้ามาพัวพัน สร้างความอลหม่านแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นอย่างมาก
ในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้จัดการฝึกซ้อมรบหลายครั้ง รวมถึงการซ้อมรบภายใต้ชื่อ Strait Thunder-2025A มุ่งเน้นภารกิจในด้านการระบุและยืนยันเป้าหมาย การเตือนและขับไล่ การปิดล้อมและยับยั้ง ตลอดจนการโจมตีอย่างแม่นยำต่อเป้าหมายสำคัญ โดยกระทรวงกลาโหมของไต้หวันแถลงว่า พบอากาศยานทางทหารของจีนจำนวน 76 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์และโดรน รวมทั้งเรือรบ 21 ลำ และเรือของหน่วยยามฝั่งอีก 4 ลำ
ความปั่นป่วนรุนแรงมากขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิ กล่าวว่า หากจีนโจมตีไต้หวันอาจทำให้ญี่ปุ่นต้องดำเนินการด้วยการตอบโต้ทางทหาร ประกอบกับ นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวด้วยว่า กำลังเดินหน้าแผนการติดตั้งหน่วยขีปนาวุธพื้นสู่อากาศพิสัยกลางที่ฐานทัพบนเกาะโยนากูนิ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของไต้หวันราว 110 กิโลเมตร อย่างต่อเนื่อง
ถ้อยคำดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลปักกิ่งเป็นอย่างมาก นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่า คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นการข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม จีนจำเป็นต้องตอบโต้กลับไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน แต่เป็นการปกป้องความสำเร็จหลังสงครามที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการเสียเลือดเนื้อ
ล่าสุดนี้ จีนลดเที่ยวบินไปญี่ปุ่นถึง 40% ไปจนถึงเดือนมีนาคม และเมื่อช่วงสิ้นปี PLA ดำเนินการซ้อมรบภายใต้ชื่อ Justice Mission 2025 โดยมีการใช้กระสุนจริง พร้อมระบุว่า ได้ส่งเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิด โดรนและจรวดพิสัยไกลไปประจำการและจะฝึกโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่บนบกและจำลองการโจมตีเกาะไต้หวันอย่างเป็นระบบจากหลายทิศทาง ซึ่ง นายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงต่อเหตุนี้ว่าเป็นการเพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น หลังก่อนหน้านี้ จีนก็ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรบริษัทธุรกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐจำนวน 20 แห่ง เพื่อตอบโต้แพคเกจขายอาวุธมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความยุ่งเหยิงนี้ยืดเยื้อต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ต้องจับตาว่าญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงหรือไม่ จีนจะดำเนินมาตรการต่อไปและสหรัฐจะมีท่าทีในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
๐ความขัดแย้งในกาซา
การประชุมสันติภาพระดับนานาชาติ (Gaza Peace Summit) ที่เมืองชาร์มเอลเชค ประเทศอียิปต์ในวันที่ 13 ตุลาคม 2025 ถือเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก เพราะได้ยุติสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอลซึ่งได้คร่าชีวิตประชาชนในกาซาไปมากกว่า 70,000 คน กระนั้นก็ดี ข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นมีความเปราะบางเป็นอย่างมาก ทั้งอิสราเอลและยิวยังคงมีความไม่วางใจต่อกันและกัน
ใน ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ครั้งที่ 80 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดาและออสเตรเลีย รวมถึงลักเซมเบิร์ก มอลตา โมนาโก แอนดอร์รา เบลเยียมและโปรตุเกส รับรองความเป็นรัฐและปาเลสไตน์ ภายใต้หลักการสองรัฐ ทำให้โดยรวมมี 157 ประเทศจาก 193 ประเทศสมาชิกยูเอ็นทั้งหมดที่ให้การรับรองสถานะความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ คิดเป็น 81% ของรัฐสมาชิกทั้งหมด นับเป็นเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการทูตครั้งสำคัญและทำให้ปาเลสไตน์มีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า จะต่อต้านและคัดค้านความพยายามในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ อิสราเอล ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันจากภายนอกหรือภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ปาเลสไตน์ยังคงเผชิญกับวิกฤตด้านมนุษยธรรม อิสราเอลสั่งห้ามจ่ายไฟฟ้าหรือน้ำให้แก่สถานที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) และประกาศว่าจะยุติการปฏิบัติงานขององค์กรไม่แสวงหากำไรระหว่างประเทศ (เอ็นจีโอ) ในพื้นที่ปาเลสไตน์ที่ตนยึดครอง เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ที่ต้องส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ชาวปาเลสไตน์และชาวต่างชาติให้กับรัฐบาล
ภายในปาเลสไตน์เองก็เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 กองกำลังความมั่นคงของกลุ่มฮามาสปะทะกับกลุ่มติดอาวุธดักห์มุชเมื่อเพื่อชิงอิทธิพลเพื่อปกครองฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 คน ถือเป็นหนึ่งในการเผชิญหน้าภายในที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของอิสราเอลในพื้นที่ยุติลง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาด้านความมั่นคง
แม้จะมีการกดดันจากนานาประเทศ อิสราเอลยังคงยืนกรานในจุดยืนของตน โดยให้เหตุผลว่ามาตรการที่ออกมามีความจำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ สภาพความเป็นอยู่ของชาวปาเลสไตน์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ขณะที่สถานการณ์ภายในกาซายิ่งทวีความเปราะบาง เปรียบเสมือนภูเขาไฟที่กำลังรอวันปะทุ ซึ่งไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด
๐สงครามยูเครน
สงครามยูเครนยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่อง ข้ามปี 2025 มาจนถึงปี 2026 แม้ว่ารัสเซียจะสามารถรุกคืบในหลายพื้นที่ ความก้าวหน้าทางทหารของรัสเซียเป็นไปอย่างเชื่องช้าและแลกมาด้วยความสูญเสียหนัก ไม่เพียงแค่นายทหารที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แต่รวมถึงผลกระทบทางอ้อมอย่างอัตราดอกเบี้ยที่สูง ค่าเงินรูเบิลที่แข็ง ราคาน้ำมันที่ตกต่ำ และการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ล้วนแต่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อเศรษฐกิจของรัสเซียทั้งสิ้น
ภายในยูเครนเอง นอกจากจะประสบกับความสูญเสียด้านประชากรและโครงสร้างพื้นฐาน ในทางการเมืองก็เผชิญกับปัญหาคอร์รับชั่น ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน สั่งให้ นายอันดรี เยอร์มัค อดีตหัวหน้าคณะทำงาน พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในภาคพลังงาน และได้โยกายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองให้มานั่งเก้าอี้แทน
สหรัฐภายในการนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามที่จะเป็นตัวกลางดำเนินการเจรจาและยุติความขัดแย้งโดยใช้การทูตแบบเดินสาย ทว่า ในวันปีใหม่ ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีทางทหาร พร้อมยืนกรานในจุดยืนของตนอย่างแข็งกร้าว โดยยูเครนเห็นว่าการเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะที่รัสเซียคัดค้านแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน
ต้องจับตาดูกันว่าแนวทางทางการทูตของทรัมป์จะสามารถยุติสงครามในจบสิ้นภายในปี 2026 นี้ได้หรือไม่
๐ชายแดนไทย-กัมพูชา
พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นจุดตึงเครียดเรื้อรังมาอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งสองฝ่ายจะเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่การปะทะก็ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยแต่ละฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มก่อน การปิดชายแดนและปฏิบัติการทางทหารส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมกับสร้างปัญหาการพลัดถิ่นของประชาชน
ความขัดแย้งของสองชาติสมาชิกอาเซียนก่อให้เกิดการตั้งคำถามในเรื่องความสำคัญของกรอบความร่วมมือ ตลอดจนประสิทธิภาพของอาเซียนในการจัดการกับความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งเคยประสบความล้มเหลวในการแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมามาแล้ว อีกทั้ง ความตึงเครียดระหว่างสองชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพยายามมีบทบาทในการเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนแก่สถานการณ์ และสร้างความกังวลว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันของมหาอำนาจ
แม้ในขณะนี้พื้นที่ชายแดนยังคงมีความสงบ หลังจากที่เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม ไทยและกัมพูชาสามารถบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบ รวมถึงมีการปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา กลับมาตุภูมิแล้ว ทั้งนี้ ต้องจับตาดูว่าในเดือนมกราคมนี้จะมีการปะทะเกิดขึ้นไหม และประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่
ได้แต่หวังว่าพื้นที่เหล่านี้จะพ้นจากการเป็นสมรภูมิเดือดในปี 2026 นี้…

