มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เจ้าของโนเบลสันติภาพ ลั่นกลับปท. ดันจัดเลือกตั้งเสรี
นางมาเรีย คอรีนา มาชาโด ผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลักของเวเนซุเอลาและเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปี 2025 ซึ่งลงทุนปลอมตัวออกนอกประเทศไปในเดือนตุลาคมปีที่แล้วเพื่อไปรับรางวัลโนเบล กล่าวให้คำมั่นว่าจะเดินทางกลับประเทศโดยเร็ว พร้อมชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ที่โค่นล้มประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ศัตรูของเธอลงได้ ทั้งประกาศว่าขบวนการทางการเมืองของเธอมีความพร้อมที่จะชนะการเลือกตั้งที่จัดขึ้นอย่างเสรีในเวเนซุเอลา
มาชาโด ทนายความและคุณแม่ลูก 3 ในวัย 58 ปี ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อคืนวันจันทร์(5 ม.ค.)ว่า เธอมีแผนจะกลับไปเวเนซุเอลาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และว่า เราเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านนี้ควรจะก้าวไปข้างหน้า เราชนะการเลือกตั้งในปี 2024 อย่างถล่มทลายภายใต้สภาวะที่มีการโกงเลือกตั้ง แต่ในการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม เราจะชนะเสียงโหวตกว่า 90%
มาชาโด เปิดเผยว่า เธอไม่ได้พูดคุยกับทรัมป์มานับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม เมื่อมีการประกาศผลรางวัลโนเบลสันติภาพในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเธอเป็นผู้คว้ารางวัลนี้ไปครอง โดยมาชาโดยังได้กล่าวอุทิศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับทรัมป์ด้วย
ด้านทรัมป์กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า สหรัฐจำเป็นต้องช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเวเนซุเอลาให้เรียบร้อย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับชี้ว่าการกำหนดกรอบเวลา 30 วัน สำหรับการเลือกตั้งนั้นเป็นไปไม่ได้
นับเป็นการให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกของมาชาโดนับจากมาดูโรถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐบุกเข้าจับกุมยามวิกาลก่อนนำตัวไปมาดำเนินคดีที่ศาลแมนฮัตตันในนิวยอร์กของสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมาชาโดไม่ได้เปิดเผยสถานที่ที่เธอเก็บตัวอยู่หรือรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการเดินทางกลับเวเนซุเอลา ซึ่งเธอเป็นที่ต้องการตัวของทางการและผู้ภักดีต่อพรรคสังคมนิยมที่ยังคงอยู่ในอำนาจ

