‘ฝรั่งเศส-อังกฤษ’ ร่วมเซ็นข้อตกลง ส่งทหารไปยูเครนหลังหยุดยิงรัสเซีย
France24 รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ลงนามในข้อตกลงรับรองความมั่นคงของยูเครน ที่ระบุให้สหรัฐเป็นผู้นำกลไกการติดตามการหยุดยิง และอังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศในยุโรปอื่นๆ จะส่งกองกำลังทหารเข้าประจำการในดินแดนของยูเครนหลังจากมีการหยุดยิงด้วย
ข้อตกลงระบุอีกว่า จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างสหรัฐ ยูแครนและประเทศพันธมิตรที่กรุงปารีส
หลังก่อนหน้านี้ เกิดการประชุมภายใต้ชื่อแนวร่วมของประเทศที่เต็มใจ (Coalition of the Willing) ที่กรุงปารีส ซึ่งมีผู้แทนจาก 35 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำของรัฐหรือรัฐบาลจำนวน 27 คน และผู้นำชาติยุโรปและผู้แทนทางการทูตของสหรัฐได้ยกย่องความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในเรื่องสันติภาพในยูเครน
มาครง กล่าวว่า ฝรั่งเศสอาจส่งทหารฝรั่งเศสหลายพันนายไปยังยูเครนหลังที่สงครามยุติลง การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นการรับรองความมั่นคงที่เข้มแข็งเพื่อสันติภาพที่แข็งแกร่งและยั่งยืน สิ่งนี้คือกุญแจสำคัญของคำกล่าวที่ว่า ข้อตกลงสันติภาพไม่ได้หมายความว่ายูเครนยอมจำนน ทั้งยังเป็นหลักประกันว่าภัยคุกคามจากรัสเซียครั้งใหม่จะไม่เกิดขึ้นในยูเครนด้วย
ด้าน นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษกิจการตะวันออกกลางของสหรัฐ ซึ่งร่วมการประชุมด้วย กล่าวว่า มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก การบรรลุข้อตกลงการรับรองความมั่นคงของชาติพันธมิตรนั้นเกือบเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้ชาวยูเครนมั่นใจว่าเมื่อทุกอย่างยุติลงแล้ว มันจะยุติลงอย่างถาวร ขณะที่ นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยืนอยู่เคียงข้าง
วิตคอฟฟ์กล่าวอีกว่า เรื่องดินแดนจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุด หวังว่าจะสามารถหาข้อตกลงในเรื่องนี้ได้โดยมีการยอมประนีประนอมระหว่างกัน พร้อมเสริมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่า การนองเลือดนี้ต้องยุติลง
ขณะที่ คุชเนอร์ กล่าวว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้สันติภาพในทันที แต่สันติภาพจะไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยหากไม่มีความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในวันนี้
ด้าน เซเลนสกี แสดงความพึงพอใจกับผลการประชุม โดยกล่าวว่า นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดแต่มีเนื้อหาที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมของประเทศสมาชิกพันธมิตรทั้งหมด และแถลงการณ์ไตรภาคีระหว่างฝรั่งเศส อังกฤษ และยูเครน
พร้อมกล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดซึ่งยังต้องหาข้อยุติคือเรื่องดินแดน ซึ่งเป็นนัยถึงการที่รัสเซียต้องการให้ยูเครนยกดินแดนดอนบาส ที่อยู่ทางตะวันออกให้
ด้าน สตาร์เมอร์ กล่าวว่า หลังจากการหยุดยิง สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสจะสร้างศูนย์ทหารรอบประเทศ และสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอาวุธ และอุปกรณ์ทางทหารเพื่อส่งเสริมความต้องการด้านป้องกันของยูเครน
อย่างไรก็ดี การรับรองความมั่นคงของยูเครนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการบรรลุการหยุดยิงในสงครามที่ดำเนินมานานกว่าสี่ปี ขณะที่เจตนารมณ์ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งสามารถยึกครองดินแดนของยูเครนได้ราวร้อยละ 20 ยังไม่ชัดเจน และได้คัดค้านการส่งกำลังทหารของนาโตเข้าไปในยูเครนมาอย่างเสมอ
อีกทั้งคำมั่นที่รัฐบาลสหรัฐเคยให้ก่อนหน้าว่าจะสนับสนุนกองกำลังพหุชาตินำโดยยุโรป กรณีที่รัสเซียโจมตีครั้งใหม่ ซึ่งเคยปรากฏอยู่ในร่างแถลงการณ์ ก็ไม่ได้ถูกเขียนไว้ในแถลงการณ์ฉบับเผยแพร่ด้วย

