หน้าแรก ต่างประเทศ ‘ทรัมป์’ ถอนต...

‘ทรัมป์’ ถอนตัวสหรัฐจากองค์กรสากล 66 แห่ง ‘รูบิโอ’ ชี้ ไร้ประสิทธิภาพ ขัดผลประโยชน์มะกัน

8.01.26 | 11:55 น.
AP

‘ทรัมป์’ ถอนตัวสหรัฐจากองค์กรสากล 66 แห่ง ‘รูบิโอ’ ชี้ ไร้ประสิทธิภาพ ขัดผลประโยชน์มะกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศว่า จะถอนตัวสหรัฐออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศจำนวน 66 แห่ง ประกอบไปด้วย องค์การภายใต้สังกัดสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จำนวน 35 แห่ง รวมถึง คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และ กองทุนเสริมสร้างสันติภาพ (PBF) ร่วมกับ องค์กรอื่นๆ อีก 31 แห่ง เช่น สภาแผนโคลัมโบ และ เวทีความร่วมมือระดับโลกว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย

ในแถลงการณ์ระบุว่า สำหรับหน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ การถอนตัวหมายถึงการยุติการเข้าร่วมหรือการให้เงินสนับสนุนแก่หน่วยงานเหล่านั้นด้วยข้อกฎหมาย

กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ถูกระบุเป็นหนึ่งในองค์กรที่สหรัฐจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของสนธิสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเป็นข้อตกลงแม่ของข้อตกลงปารีส 2015 โดยในการประชุมสุดยอดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของยูเอ็นเมื่อปีที่ผ่านมา สหรัฐก็ไม่ได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

นายมานิช บัปนา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสภาการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ให้ความเห็นว่า สหรัฐจะเป็นประเทศแรกที่ละทิ้ง UNFCCC ประเทศอื่นๆ ล้วนแต่เป็นสมาชิก โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการตระหนักว่า นอกเหนือจากพันธะทางศีลธรรมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การมีที่นั่งบนโต๊ะเจรจาจะทำให้สมาชิกสามารถมีบทบาทในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจและโอกาสมหาศาล

Advertisement

นอกจากนี้ สหรัฐยังจะถอนตัวออกจาก กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องวางแผนครอบครัวและสุขภาพแม่และเด็กในกว่า 150 ประเทศ หลังก่อนหน้านี้ สหรัฐตัดงบประมาณสนับสนุน UNFPA เมื่อปีที่แล้ว

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า รัฐบาลได้พิจารณาแล้วว่าสถาบันเหล่านี้มีภารกิจที่ซ้ำซ้อน บริหารจัดการอย่างไร้ประสิทธิภาพ ไม่จำเป็น สิ้นเปลืองทรัพยากร ดำเนินงานได้ไม่ดี ถูกครอบงำโดยผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตน ซึ่งขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ หรือเป็นภัยต่ออธิปไตย เสรีภาพ และความมั่งคั่งโดยรวมของประเทศ

ขณะที่ จีน่า แมคคานี อดีตที่ปรึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทำเนียบขาว กล่าวว่า การที่สหรัฐเป็นประเทศเดียวในโลกที่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาเป็นการตัดสินใจที่คับแคบ น่าอับอายและโง่เขลา

ด้าน ร็อบ แจ็กสัน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประธานโครงการคาร์บอนโลก ระบุว่า การถอนตัวของสหรัฐจะเป็นอุปสรรคต่อความพยายามของโลกในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก และจะเป็นข้ออ้างให้ประเทศอื่นๆ ผลักดันเรื่องนี้อย่างล่าช้า