ทำเกินกว่าเหตุ? จนท. ICE ยิงหญิงมะกันดับคารถ รัฐบาลทรัมป์อ้างจนท. ป้องกันตัว (คลิป)
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ตามเวลาสหรัฐ เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) ยิงปืนใส่ผู้หญิงวัย 37 ปีชาวสหรัฐในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ถูกรัฐบาลภายใต้การดำเนินการโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปฏิบัติการปราบปรามคนอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย
เรเน กู๊ด พลเมืองมินนีแอโพลิสวัย 37 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ โดยคลิปวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์เผยให้เห็นว่ารถยนต์ SUV ของกู๊ดจอดขวางถนนขณะที่มีกลุ่มผู้ประท้วงเดินขบวนอยู่บนทางเท้า รถยนต์ของกู๊ดขับไปข้างหน้าก่อนที่จะหยุดอีกครั้งเพื่อให้รถยนต์คันหนึ่งขับผ่านไป ต่อมากู๊ดโบกมือให้รถกระบะอีกคันขับผ่านไปข้างหน้า แต่รถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นรถของ ICE จอดและมีเจ้าหน้าที่ 2 นายเดินลงมา เจ้าหน้าที่นายหนึ่งสั่งให้กู๊ดลงมาจากรถและคว้าที่จับประตู เจ้าหน้าที่อีกคนเดินมาจากฝั่งประตูฝั่งผู้โดยสารและมาข้างหน้าของรถ กู๊ดขัดขืนไม่ลงจากรถและเลี้ยวขวาเพื่อขับหนีออกมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ICE ที่อยู่หน้ารถใช้ปืนยิงรถยนต์ของกู๊ดอย่างน้อย 3 นัด ทำให้รถยนต์ของกู๊ดเร่งเครื่องต่อไปเสียหลักและพุ่งชนใส่รถยนต์ที่จอดอยู่
นายเจคอบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิสจากพรรคเดโมแครต แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำที่รุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางว่า เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ และขอให้เจ้าหน้าที่ ICE ที่เข้ามาปราบปรามผู้ลี้ภัยและสร้างความวุ่นวาย ออกจากเมืองมินนิแอโพลิสทันที ขณะที่ ด้านทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา แถลงว่า จะมีการสอบสวนอย่างเต็มที่ เป็นธรรม และรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและนำคนที่ก่อเหตุมารับผิดชอบ
อย่างไรก็ดี ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยอ้างว่ากู๊ดเป็นผู้ประท้วงหัวรุนแรงที่พยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ ทรัมป์กล่าวหาว่า วิดีโอขณะเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่ากู๊ดพยายามขัดขวางและขัดขืนเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็จงใจขับรถชนเจ้าหน้าที่ ICE อย่างโหดเหี้ยม และถือว่าโชคดีมากที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่เสียชีวิต ทั้งนี้ ทรัมป์ยังโทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงที่คอยข่มขู่ ทำร้าย และพุ่งเป้าเล่นงานมาที่เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม วิดีโอที่เกิดเหตุไม่พบว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวถูกรถชนหรือไม่เพราะไม่ได้ล้มลงแต่อย่างใด
ด้านคริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ แถลงว่า กู๊ดจอดรถกีดขวางการจราจร เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเข้าไปประชิดตัว แต่เธอก็พยายามจะหลบหนีด้วยการขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ด้วยเจตนาต้องการฆ่า จึงเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจยิงเพื่อป้องกันทั้งตัวเองและผู้คนโดยรอบ ซึ่งโนเอมเรียกการกระทำของกู๊ดว่า “เป็นการก่อร้าย” และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) นอกจากนั้น เธอยังอ้างว่า แค่วันนี้วันเดียว เกิดเหตุการณ์ที่พลเมืองพยายามจะขับรถชนเจ้าหน้าที่ ICE ถึง 4 ครั้ง และ 3 ใน 4 เกิดขึ้นในเมืองมินนิแอโพลิส
อย่างไรก็ตาม คามาลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ และนักการเมืองฝั่งเดโมแครตหลาย คน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของ ICE และความคิดเห็นของรัฐบาลทรัมป์ โดยแฮร์ริสระบุว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการชี้นำว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ด้านอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น การฆาตกรรมในที่สาธารณะ
เฟรย์ยังตอบโต้คำกล่าวอ้างของทรัมป์และโนเอมอีกว่าทำเนียบขาวพยายามบิดเบือนเรื่องนี้ให้เป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ และจากที่ดูวิดีโอเกิดเหตุแล้วตนจึงบอกได้ว่าสิ่งที่ทำเนียบขาวพูดเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี ส่วนวอลซ์ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์เช่นกัน โดยบอกว่าอย่าเชื่อเครื่องจักรโฆษณาชวนเชื่อนี้
ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวเมืองในที่เกิดเหตุหลายพันคนออกมารวมตัวจุดเทียนไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บางส่วนถูกเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ นอกจากนั้นยังเกิดการประท้วงในหลายๆ พื้นที่ของเมืองมินนีแอโพลิส เมืองนิวออร์ลีนส์ ไมอามี ซีแอตเทิล และนครนิวยอร์ก เพื่อประท้วงการทำงานของรัฐบาล
Trump regime ICE troops murdered a US citizen, a woman in Minneapolis. She was shot point blank in the face according to witnesses. Footage shows her drive away as an ICE trooper shoots into her car window, causing her car to lose control. pic.twitter.com/ASz7lWS9y2
— Anonymous (@YourAnonCentral) January 7, 2026

