หวั่นตัดตอนถูกดำเนินคดีในสหรัฐ หลังเขมรจับ ‘เฉินจื้อ’ ส่งตัวไปจีน เหตุไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ รายงานถึงการที่กัมพูชาจับกุมตัว นายเฉิน จื้อ ชาวอังกฤษ-กัมพูชา หรือวินเซนต์ วัย 37 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ปรินซ์ กรุ๊ป) บริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกัมพูชา ให้กับทางการจีน
นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของสหรัฐอเมริกา ข้อหาขโมยบิตคอยน์ มูลค่าอย่างน้อย 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกระบวนการต้มตุ๋นแบบ “หลอกให้รักแล้วเชือด” ที่มีเป้าหมายเป็นชาวอเมริกันและคนชาติอื่นๆ
โดยกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา แจ้งว่า การจับกุมตัวนายเฉิน จื้อ เมื่อวันที่ 6 มกราคม เป็นไปตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
ซึ่งวอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า นายเฉิน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้สัญชาติกัมพูชาแล้ว ได้ถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีนในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทางการจีนมีเจตนาที่จะสั่งฟ้องนายเฉินหรือไม่
ทั้งนี้ กลโกงที่เรียกกันว่า การเชือดหมู คือรูปแบบหนึ่งของการฉ้อโกงเงินสกุลคริปโท โดยเหยื่อจะถูกหว่านล้อมให้สร้างความสัมพันธ์ผ่านทางออนไลน์ อย่างช้าๆ ก่อนจะถูกชักจูงให้เข้าสู่แพลตฟอร์มการลงทุนที่ทำปลอมขึ้นมา
โดยสแกมเมอร์ หรือมิจฉาชีพ จะใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนในการสร้างความไว้วางใจ โดยมักจะปลอมตัวเป็นคนที่มาจีบ หรือนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะหว่านล้อมให้เป้าหมายโอนเงินสกุลดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี ไปยังบัญชีของพวกเขา แล้วหลอกเงินของเหยื่อไปจนหมดเกลี้ยง เมื่อเหยื่อพยายามจะถอนเงินออกมา
ด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมว่า กำลังดำเนินการเพื่อขออนุมัติจับกุมตัวนายเฉิน ในข้อหาฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร และข้อหาฟอกเงิน หลังจากมีการอายัดบิตคอยน์จำนวน 127,271 เหรียญ ซึ่งขณะนั้นมีมูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อมีการสอบถามความเห็นไปยังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงฯได้อ้างถึงแถลงการณ์ของแพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ด้วยการทลายอาณาจักรอาชญากรรมที่สร้างขึ้นจากการบังคับใช้แรงงานและการหลอกลวง สหรัฐกำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สหรัฐจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อปกป้องเหยื่อ นำทรัพย์สินที่ถูกขโมยกลับคืนมา และนำตัวผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากผู้เปราะบางมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม
บอนดีระบุว่า เงินสกุลดิจิทัลที่ถูกขโมยไปนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงนาฬิกาหรู งานศิลปะราคาแพง เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ซึ่งสหรัฐได้มีการอายัดทรัพย์สินค่างๆ เช่นคฤหาสน์ในลอนดอน มูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ และอสังหาฯอีกหลายแห่ง รวมทั้งภาพวาดของปิกัสโซ ที่ซื้อในนิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า นายเฉินจะถูกส่งตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลในสหรัฐได้หรือไม่
ทั้งนี้ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างสองประเทศนี้ เกิดขึ้นได้ยากมาก และโดยปกติแล้วจะถูกจัดการผ่านการตกลงทางการทูตเป็นกรณีพิเศษ มากกว่าที่จะใช้กรอบทางกฎหมายที่กำหนดไว้ถาวร
ทั้งนี้ นายเฉินถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดำเนินงาน ‘ศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวง’ หรือศูนย์สแกมขนาดมหึมาบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีการใช้เหยื่อค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานเพื่อฉ้อโกงเหยื่อในสหรัฐ สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นๆ อีกอย่างน้อยสิบกว่าประเทศ

