วุฒิสภาสหรัฐ ผ่านร่างมติ จำกัดอำนาจ ‘ทรัมป์’ ทำสงครามในเวเนฯ
วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาได้มีมติเห็นชอบในหลักการในการผลักดันร่างมติที่มีเป้าหมายจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ไม่ให้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่อเวเนซุเอลา หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งนับเป็นการท้าทายผู้นำพรรครีพับลิกันครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
มาตรการนี้ผ่านความเห็นชอบในวุฒิสภาเมื่อวันที่ 8 มกราคม ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 52 เสียง ต่อเสียงคัดค้าน 47 เสียง โดยมีวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน 5 คน ร่วมโหวตเห็นชอบกับวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตด้วย โดยมีวุฒิสมาชิกรีพับลิกันอีก 1 คนงดออกเสียง
การลงมติเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกองกำลังสหรัฐ ได้ปฏิบัติการโจมตีการากัสและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา พร้อมภริยามาดำเนินคดีในสหรัฐด้วยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการครอบครองอาวุธเมื่อวันที่ 3 มกราคม ซึ่งสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก และเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากคณะรัฐมนตรีระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ได้เข้าชี้แจงนโยบายเกี่ยวกับเวเนซุเอลาต่อสมาชิกสภาคองเกรส
การลงมติดังกล่าวถือเป็นชัยชนะสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งยืนยันมาโดยตลอดว่าอำนาจในการส่งกองทัพเข้าสู่สงครามควรเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ร่างมติดังกล่าวยังต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมาก่อนจะมีผลบังคับใช้ แม้จะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ แต่ร่างมาตินี้ยังต้องได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากและต้องได้รับเสียงสนับสนุนถึง 2 ใน 3 จากทั้งสองสภา เพื่อเอาชนะการใช้อำนาจยับยั้งของทรัมป์ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้น
ด้านทรัมป์ให้สัมภาษณ์เดอะ นิวยอร์กไทมส์ เผยแพร่ในวันเดียวกัน เกี่ยวกับชะตากรรมของเวเนซุเอลาว่า สหรัฐจะยังคงกำกับดูแลประเทศเวเนซุเอลาไปนานกว่า 1 ปี และว่า การตัดสินใจของเขาเป็นเพียงข้อจำกัดเดียวต่ออำนาจโลกของเขา หลังจากถูกสื่อถามว่าเขาจะใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือน หนึ่งปีหรือยาวนานกว่านั้น ซึ่งทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่าจะยาวนานกว่านั้นมาก มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้”
เมื่อถูกถามว่ามีขีดจำกัดใดบ้างต่ออำนาจระดับโลกของเขา ทรัมป์กล่าวว่า มีอยู่เรื่องเดียว คือศีลธรรมและความคิดของเขาเองที่สามารถหยุดตัวเขาเองได้ แต่เมื่อถูกซักเพิ่มเติม ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เขาจะเป็นผู้ตัดสินเองว่ากฎหมายดังกล่าวจะใช้เมื่อใด พร้อมระบุว่า สหรัฐจะเข้าไปฟื้นฟูเวเนซุเอลาในรูปแบบที่ทำกำไรได้อย่างมาก
“เราจะใช้น้ำมัน และเราจะนำน้ำมันออกมา เรากำลังกดราคาน้ำมันให้ลดลง และเราจะให้เงินแก่เวเนซุเอลา ซึ่งพวกเขาต้องการอย่างยิ่ง” ทรัมป์กล่าว

