‘ทรัมป์’ ประกาศ ล้มเลิกแผนโจมตีเวเนฯ ระลอกสอง หลังได้รับความร่วมมือดี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา โพสต์บนทรูธโซเชียล เมื่อวันที่ 9 มกราคมเผยว่า ได้ยกเลิกการโจมตีระลอกสองต่อเวเนซุเอลาแล้ว หลังได้รับความร่วมมือจากเวเนซุเอลาเป็นอย่างดี โดยเวเนซุเอลากำลังปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวนมากซึ่งเป็นสัญญาณถึง “การแสวงหาสันติภาพ”
“นี่เป็นท่าทีที่สำคัญมากและชาญฉลาด สหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลากำลังทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ดีขึ้นและทันสมัยมากขึ้น” ทรัมป์ระบุ และว่า “เพราะความร่วมมือนี้ ผมได้ยกเลิกการโจมตีระลอกสองซึ่งเคยคาดว่าจะเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เรือทั้งหมดจะยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคง”
ท่าทีนี้ของทรัมป์มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาให้สัมภาษณ์ในรายการ “Hannity” ทางฟ็อกซ์นิวส์ว่า นางมาเรีย คอรีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2025 กำลังจะเดินทางมายังวอชิงตันในสัปดาห์หน้า หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์ปฏิเสธความคิดที่จะทำงานร่วมกับมาชาโด โดยกล่าวว่าเธอไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้บอกกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า สหรัฐกำลังมีความสัมพันธ์ด้วยดีกับรัฐบาลเวเนซุเอลาที่นำโดยนางเดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการ และในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ล่าสุด ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะพบหารือกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ (9 ม.ค.) และบรรดาบริษัทน้ำมันจะลงทุนอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเวเนซุเอลา
ทั้งนี้โลกได้จับตาดูท่าทีของรัฐบาลทรัมป์อย่างใกล้ชิดหลังจากส่งกองกำลังทหารสหรัฐเข้าโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา มาดำเนินคดีในสหรัฐในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธเมื่อวันที่ 3 มกราคม ซึ่งสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก และทรัมป์ยังประกาศว่าสหรัฐจะเข้ากำกับดูแลอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาซึ่งถูกหลายฝ่ายโจมตีว่าเป็นการฉกฉวยผลประโยชน์จากประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้

