ลุ้นศาลสูงสุดสหรัฐ ตัดสินคดีภาษีทรัมป์ 14 ม.ค. ‘เบสเซนต์’ โว คลังมะกัน มีเงินพอจ่ายคืนสบาย
ต่อกรณีที่มีการคาดหมายว่าศาลสูงสุดสหรัฐจะมีคำตัดสินในคดีว่าด้วยความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในวันที่ 9 มกราคมนั้น แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงวันก็ยังไม่มีคำตัดสินใดๆ อย่างไรก็ดี สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐมีกำหนดขึ้นนั่งบัลลังก์วินิจฉัยคดีครั้งต่อไปในวันที่ 14 มกราคมนี้ ซึ่งอาจมีการประกาศคำตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว ตามประกาศของศาลที่ระบุไว้บนเว็บไซต์เมื่อวันศุกร์(9 ม.ค.) ทั้งนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐมีคดีสำคัญหลายคดีที่ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี รวมถึงคดีที่ทรัมป์ใช้อำนาจภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทนกับนานาประเทศทั่วโลกที่ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาเช่นกัน
การท้าทายมาตรการภาษีของทรัมป์ถือเป็นบททดสอบสำคัญทั้งต่ออำนาจของประธานาธิบดี รวมถึงท่าทีของศาลในการตรวจสอบการอ้างสิทธิในอำนาจอย่างกว้างขวางของประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันผู้นี้ นับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 โดยผลของคดีจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกด้วย
วันเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐ กล่าวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐมีเงินมากเพียงพอที่จะจ่ายคืนภาษีใดๆ หากศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่ามาตรการภาษีฉุกเฉินของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การชำระคืนจะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ เป็นหลายสัปดาห์หรืออาจนานถึงหนึ่งปี
เบสเซนต์กล่าวว่า เขายังไม่แน่ใจว่าศาลจะตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีของทรัมป์ แต่เชื่อว่าหากมีการคืนเงินภาษีใดๆ จะเป็นเพียงประโยชน์ของบริษัทที่ผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ลูกค้า และว่า คำตัดสินเชิงลบของศาลอาจไม่ใช่เพียงผลลัพธ์แบบ “ใช่หรือไม่ใช่” แต่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้นซึ่งอาจทำให้กระบวนการคืนเงินยุ่งยาก
เบสเซนต์กล่าวอีกว่า โดยทั่วไปบริษัทไม่ได้ผลักภาษีไปยังผู้บริโภค และระบุว่า มีเพียงเล็กน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ทั้งยังกล่าวปฏิเสธว่าภาษีของทรัมป์มีส่วนทำให้เกิดเงินเฟ้อ
ผู้นำเข้าและนักกฎหมายด้านการค้าคาดว่าศาลสูงสุดสหรัฐจะมีคำตัดสินในวันศุกร์(9 ม.ค.) แต่ศาลกลับไปวินิจฉัยคดีอื่น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะตัดสินคดีภาษีเมื่อใด โดยเบสเซนต์เชื่อว่าความล่าช้าของคำตัดสินคดีมาตรการภาษีนั้นยิ่งนานเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ศาลสูงสุดจะตัดสินที่เป็นผลดีต่อทรัมป์มากขึ้นเท่านั้น
รอยเตอร์ระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐมีเงินสดอยู่เกือบ 7.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพียงพอที่จะครอบคลุมการคืนเงินใดๆ ก็ตาม และจากการประมาณการณ์ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมปีนี้ คาดว่ากระทรวงการคลังสหรัฐจะมีเงินสดคงเหลือราว 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

