หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเอ็นเอชซีอา...

ยูเอ็นเอชซีอาร์ชี้แค่2เดือนผู้อพยพทะลักเข้ายุโรปทางทะเลแล้วกว่า1.3แสนคน

1.03.16 | 21:09 น.
AFP

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ เผยข้อมูลที่ชวนตะลึงว่าเพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี 2559 จำนวนผู้อพยพที่เดินทางมายังยุโรปผ่านทะเลเมดิเตอเรเนียนก็สูงถึง 131,724 ราย เทียบเท่ากับตัวเลขในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 โดยในจำนวนนี้ 122,637 เดินทางเข้ามาขึ้นฝั่งที่ประเทศกรีซ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ลี้ภัยจากความวุ่นวายในซีเรีย

ทั้งนี้ยูเอ็นเอชซีอาร์ประมาณการณ์ว่าราวผู้อพยพราว 24,000 คน ในกรีซจำเป็นต้องได้รับการจัดสรรที่พักเป็นการด่วน หลังจากหลายชาติในยุโรปเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมการไหลบ่าของผู้อพยพตามแนวชายแดนโดยการจำกัดจำนวนผู้อพยพที่สามารถยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยและเดินทางผ่านแดนได้ในแต่ละวัน ซึ่งยูเอ็นเอชซีอาร์เตือนว่ายุโรปกำลังเร่งปฎิกริยาให้เกิดวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนในยุโรปด้วยการบังคับใช้นโยบายที่ไม่เป็นหนึ่งเดียวกันต่อปัญหาการไหลบ่าของผู้อพยพ

ต้นสัปดาห์นี้เพิ่งเกิดเหตุปะทะขึ้นที่เมืองไอโดเมนี ชายแดนกรีซและมาซิโดเนียเมื่อผู้อพยพราว 300 คน พยายามทำลายกำแพงรั้วลวดหนามที่ตั้งขึ้นเพื่อชะลอการไหลบ่าของผู้อพยพเข้ามายังยุโรปด้วยความโกรธแค้น โดยใช้เสาสำหรับติดป้ายบอกทางตามถนนเป็นอาวุธ ทำให้ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วง แพทย์ไร้พรมแดนระบุว่าเหตุปะทะดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ได้รับบาดเจ็บหลังเหตุชุลมุน ขณะที่ตำรวจมาซิโดเนียก็ได้รับบาดเจ็บหลายรายเช่นกัน

เหตุประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทางการมาซิโดเนียอนุญาตให้ผู้อพยพเพียง 300 รายข้ามพรมแดนไปได้ โดยมาตรการควบคุมจำนวนผู้ลี้ภัยอย่างเข้มงวดครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังออสเตรียประกาศใช้มาตรการจำกัดจำนวนผู้อพยพให้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยเพียงวันละ 80 ราย และจะให้ผู้อพยพเดินทางผ่านแดนเพียงวันละ 3,200 รายเท่านั้น ทำให้ประเทศอื่นๆ ในคาบสมุทรบอลข่าน ประกอบด้วย สโลวีเนีย โครเอเชีย เซอร์เบีย และมาซิโดเนีย หันมาประกาศมาตรการควบคุมเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีรายงานว่ามีผู้อพยพติดอยู่ในมาซิโดเนียราว 7,000 ราย ขระที่ทางการกรีซเตือนว่าจำนวนผู้อพยพที่ติดอยู่นี้อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 70,000 รายภายในเดือนเมษายน

นายซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระแสหวาดกลัวผู้อพยพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “การสร้างกำแพงที่สูงขึ้นเพื่อต่อสู้กับคนผู้คนที่สิ้นหวังเหล่านี้เป็นการกระทำที่โหดร้ายและผิดพลาด” ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากลวิจารณ์สถานการณ์ในไอโอเมนิว่าเป็นผลจากนโยบายปิดพรมแดนที่น่าอับอาย ทั้งนี้สถานการณ์การไหลบ่าของผู้อพยพที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นทำให้นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีออกมาตำหนิประเทศที่บังคับใช้นโยบายดังกล่าวและว่านี่ไม่ใช่ยุโรป

Advertisement