หน้าแรก ต่างประเทศ ไม่ได้ขู่! ทร...

ไม่ได้ขู่! ทรัมป์บี้ฮาวานา ‘ทำข้อตกลง ก่อนสายเกิน’ ชี้ฟังดูดี ‘รูบิโอ’ เป็นปธน.คิวบา

12.01.26 | 09:47 น.
AP

ไม่ได้ขู่! ทรัมป์บี้ฮาวานา ‘ทำข้อตกลง ก่อนสายเกิน’ ชี้ฟังดูดี ‘รูบิโอ’ เป็น ปธน.คิวบา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาเรียกร้องให้คิวบา “ทำข้อตกลง” ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา โดยเตือนว่าการไหลเข้าของน้ำมันและเงินจากเวเนซุเอลามายังคิวบาหยุดลงแล้ว

“คิวบาเคยพึ่งพาน้ำมันและเงินจำนวนมหาศาลจากเวเนซุเอลามานานหลายปี แลกกับการที่คิวบาได้ให้บริการด้านความมั่นคงกับเผด็จการเวเนซุเอลาสองคนสุดท้าย แต่ต่อไปนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว!” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์

“จะไม่มีน้ำมันหรือเงินส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป-ศูนย์! ผมขอแนะนำอย่างยิ่งให้พวกเขาทำข้อตกลง ก่อนที่จะสายเกินไป” ทรัมป์โพสต์ อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขของข้อตกลง หรือผลกระทบที่คิวบาอาจต้องเผชิญหากไม่ยอมทำตามที่ทรัมป์ต้องการ

มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา กล่าวว่า ไม่มีใครมาบงการว่าเราจะทำอะไร ด้าน บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา กล่าวว่า คิวบามีสิทธิอย่างสมบูรณ์ในการนำเข้าเชื้อเพลิงจากผู้ส่งออกที่ยินดีรายใดก็ได้ โดยปราศจากการแทรกแซงหรือการยอมจำนนต่อมาตรการบีบบังคับฝ่ายเดียวของสหรัฐ พร้อมย้ำว่า คิวบาต่างจากสหรัฐ เราไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การแบล็กเมล์หรือการบีบบังคับทางทหารต่อรัฐอื่น

Advertisement

ทรัมป์หันมาให้ความสนใจกับคิวบามากขึ้น นับตั้งแต่กองกำลังสหรัฐเข้าจับกุมนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ในปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของคิวบามาอย่างยาวนาน โดยเชื่อกันว่าเวเนซุเอลาส่งน้ำมันให้คิวบาวันละประมาณ 35,000 บาร์เรล

ยุทธวิธีของรัฐบาลทรัมป์ในการยึดเรือบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอลาที่ถูกคว่ำบาตร เริ่มทำให้วิกฤตเชื้อเพลิงและไฟฟ้าในคิวบารุนแรงขึ้นแล้ว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นลำที่ 5 ซึ่งระบุว่าบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอลาที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร

ทรัมป์ยังอ้างถึงปฏิบัติการบุกจับกุมมาดูโรและภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญข้อหาค้ายาเสพติดและคดีอื่นๆ ในสหรัฐ ขณะที่คิวบาได้จัดส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวให้มาดูโรมานานหลายปี โดยรัฐบาลคิวบากล่าวว่า มีชาวคิวบา 32 คนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐในกรุงการากัส

ทรัมป์กล่าวว่า “ชาวคิวบาส่วนใหญ่เหล่านั้นเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เวเนซุเอลาก็ไม่ต้องการการคุ้มกันจากพวกอันธพาลและนักรีดไถที่จับพวกเขาเป็นตัวประกันมานานหลายปีอีกต่อไป”

“ตอนนี้เวเนซุเอลามีสหรัฐอเมริกา กองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก (อย่างชัดเจนมาก!) คอยปกป้อง และเราจะปกป้องพวกเขา” ทรัมป์ระบุ

ทรัมป์ยังได้แชร์โพสต์บนโซเชียลมีเดียอีกชิ้นในวันอาทิตย์ โดยเสนอว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบา อดีตวุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา และบุตรของผู้อพยพชาวคิวบา อาจได้เป็นประธานาธิบดีของคิวบา

ทรัมป์แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมความเห็นว่า “ฟังดูดีสำหรับผม!”

รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบากล่าวว่า คิวบาไม่เคยได้รับค่าตอบแทนทางการเงินหรือสิ่งของใดๆ สำหรับบริการด้านความปลอดภัยที่มอบให้กับประเทศอื่น

แม้รัฐบาลทรัมป์จะยังไม่ได้ประกาศแผนที่ชัดเจนว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรต่อคิวบา แต่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐเคยกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องทำการแทรกแซงทางทหารในคิวบา เพราะประเทศนี้พร้อมที่จะล่มสลายอยู่แล้ว

รูบิโอกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ผู้นำคิวบาควรกังวล เพราะหากเขาอยู่ในรัฐบาลคิวบา เขาจะ “รู้สึกกังวล” และว่า “พวกเขากำลังมีปัญหาอย่างมาก”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นโยบายต่างประเทศของสหรัฐมุ่งเน้นไปที่ลาตินอเมริกาและผู้นำฝ่ายซ้ายที่มีความเห็นต่างทางอุดมการณ์กับทรัมป์มากขึ้น โดยสหรัฐอ้างว่าการดำเนินการต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติด

หลังการจู่โจมกรุงการากัสอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทรัมป์กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเป้าไปยังโคลอมเบีย “ฟังดูดี” และได้บอก ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร หลายครั้งให้ “ระวังตัวให้ดี” สหรัฐได้คว่ำบาตรเปโตร ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายคนแรกของโคลอมเบียเมื่อเดือนตุลาคม โดยกล่าวหาว่าเขาปล่อยให้แก๊งค้ายาเฟื่องฟู

ทรัมป์ยังกล่าวว่ายาเสพติดกำลัง “หลั่งไหล” จากเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐ พร้อมเสริมว่า “เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง” โดยเขาเสนอจะส่งทหารสหรัฐเข้าไปในเม็กซิโกเพื่อต่อสู้กับแก๊งค้ายา แต่ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอม ของเม็กซิโก ได้ออกมาปฏิเสธอย่างเปิดเผยต่อการดำเนินการทางทหารของสหรัฐบนแผ่นดินเม็กซิโก