หน้าแรก ต่างประเทศ ดิ่งหนัก! หุ้...

ดิ่งหนัก! หุ้นธนาคารสหรัฐกอดคอร่วง หลัง ‘ทรัมป์’ จำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต

13.01.26 | 16:23 น.
FILE PHOTO REUTERS

ดิ่งหนัก! หุ้นธนาคารสหรัฐกอดคอร่วง หลัง ‘ทรัมป์’ จำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต

หุ้นของธนาคารและบริษัทบัตรเครดิตต่างๆ พากันปรับตัวลดลงในการซื้อขายตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม หลังเมื่อวันที่ 9 มกราคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศให้ธนาคารต่างๆ กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ร้อยละ 10 เป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้เป็นต้นไป

ทรัมป์โพสต์ลงบนทรูธโซเชียลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมเป็นต้นไป ในฐานะประธานาธิบดีของสหรัฐ ขอเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ กำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% และหากบริษัทบัตรเครดิตไม่ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของเขาจะถือว่าบริษัทเหล่านั้นทำผิดกฎหมาย ผู้นำสหรัฐบอกอีกว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ปล่อยให้บริษัทบัตรเครดิตขูดรีดชาวอเมริกันอีกต่อไป

โพสต์ดังกล่าวทำให้หุ้นบริษัทเครดิตยักษ์ใหญ่ในอเมริกาอย่าง อเมริกันเอ็กซ์เพรส (American Express) ปรับตัวลดลง 4% ด้านวีซ่า (Visa) กับมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ปรับตัวลดลง 2% และหุ้นของแบงก์ออฟอเมริกากับเจพีมอร์แกน เชสปรับตัวลดลงมากกว่า 1% เช่นกันในช่วงเปิดตลาด ขณะที่หุ้นฝั่งธนาคารบาร์เคลย์ (Barclays) ในอังกฤษ ซึ่งมีพอร์ตการลงทุนบัตรเครดิตขนาดใหญ่ในสหรัฐ ก็ปิดตลาดลดลงถึง 1.9%

แมตต์ บริทซ์แมน นักวิเคราะห์หุ้นอาวุโสจากฮาร์กรีฟส์ แลนส์ดาวน์ บริษัทลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ กล่าวว่า การบังคับให้บริษัทต่างๆ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากบัตรเครดิตจะเป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมบัตรเครดิต และทำให้ธนาคารส่วนใหญ่ตอบโต้โดยการลดวงเงินสินเชื่อ ปิดบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง และลดขนาดโครงการให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกค้า เพื่อเป็นการชดเชยกับเงินที่เสียไปในการลดดอกเบี้ยเงินกู้บัตรเครดิต

Advertisement

นโยบายการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตดังกล่าวถูกพูดถึงในการหาเสียงของทรัมป์ในระหว่างการท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2024 แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายขั้วการเมือง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามเช่นกันว่าทรัมป์จะดำเนินนโยบายดังกล่าวให้เป็นจริงอย่างไร

นอกจากนั้น แม้นโยบายการลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของทรัมป์จะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้มหาศาล แต่บรรดาฝ่ายค้านมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นการสร้างภาพ เพราะที่ผ่านมาทรัมป์พยายามที่จะลดอำนาจของสำนักงานคุ้มครองทางการเงินของผู้บริโภค (CFPB) มาโดยตลอด และหน่วยงานธนาคารของสหรัฐยังออกมาเตือนว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อการลงทุนของประชาชนอเมริกาเองก็ตาม แต่ทรัมป์ก็ยังยืนกรานที่จะผลักดันนโยบายของเขาต่อไป