ทรัมป์ปลุกอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อ ชี้ความช่วยเหลือกำลังมา ดับทะลุ 2 พัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กระตุ้นให้ชาวอิหร่านออกมาทำการประท้วงต่อไป และให้จดจำชื่อของผู้ที่ทำทารุณกับพวกเขา พร้อมกับระบุว่า ความช่วยเหลือกำลังมา ในขณะที่ผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเดินหน้าปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
“ผู้รักชาติอิหร่าน จงประท้วงต่อไป เข้ายึดสถาบันของพวกคุณ!!! … ความช่วยเหลือกำลังมา” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social โดยไม่ได้อธิบายว่าความช่วยเหลือนั้นคืออะไร
เมื่อถูกถามว่าคำว่าความช่วยเหลือกำลังมาหมายถึงอะไร ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาต้องไปหาคำตอบกันเอง โดยทรัมป์เคยกล่าวว่าการใช้กำลังทางทหารเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เขากำลังพิจารณา เพื่อลงโทษอิหร่านต่อการปราบปรามที่เกิดขึ้น
“การสังหารดูเหมือนจะรุนแรง แต่เรายังไม่ทราบแน่ชัด” ทรัมป์กล่าวขณะเดินทางกลับวอชิงตันจากเมืองดีทรอยต์ โดยเสริมว่าเขาจะทราบรายละเอียดมากขึ้นหลังได้รับรายงานเกี่ยวกับการประท้วงในอิหร่านในช่วงเย็นวันอังคาร และ “เราจะดำเนินการให้เหมาะสม” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านจนกว่าการสังหารผู้ประท้วงอย่างไร้เหตุผลจะยุติลง ต่อมาทรัมป์โพสต์ให้ชาวอิหร่าน เก็บชื่อของฆาตกรและผู้กระทำความผิดไว้ เพราะพวกเขาจะต้องชดใช้ในราคาที่สูงมาก
ขณะให้สัมภาษณ์กับ CBS News เมื่อวันที่ 13 มกราคม ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากอิหร่านแขวนคอผู้ประท้วง แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยเขาระบุว่า “ถ้าพวกเขาแขวนคอ คุณจะได้เห็นบางอย่างเกิดขึ้น”
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากอิหร่านทันที ซึ่งรวมถึงการเดินทางออกจากอิหร่านทางบกผ่านตุรกีหรืออาร์เมเนีย
ขณะที่อิหร่านกล่าวหาทรัมป์ว่าสนับสนุนความไม่มั่นคงทางการเมืองและยุยงให้เกิดความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 ราย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทางการเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมจากความไม่สงบทั่วประเทศที่ยืดเยื้อมากกว่าสองสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ ทางการอิหร่านกล่าวโทษสหรัฐและอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ
อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐกำลังยุยงให้เกิดความรุนแรง คุกคามอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ และพยายามบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาล
“สหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอลต้องรับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงและไม่อาจปฏิเสธได้ต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน” อิราวานีระบุในจดหมายที่ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ขณะที่รัสเซียประณามการแทรกแซงจากภายนอกที่บ่อนทำลายการเมืองภายในของอิหร่าน และกล่าวว่าหากเกิดการโจมตีของสหรัฐซ้ำรอยปีที่แล้ว จะส่งผลที่ร้ายแรงต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ
กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐ ระบุว่า จากผู้เสียชีวิต 2,003 ราย ที่ตรวจสอบยืนยันได้ มี 1,850 ราย เป็นผู้ประท้วง และมีผู้ถูกควบคุมตัว 16,784 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขที่เพิ่งมีการรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

